moskva arenda
VOL.929
August /1 2010
     

Kwanruen Magazine
Date :
Visited : 4413783
Kwanruen
     
 


แม่นก-เสาวภา ธีระปรีชากุล
     
     
     
     
  “ขอบคุณที่ลูกพิการ”
แม่นก-เสาวภา ธีระปรีชากุล


           “ลูกหินอยู่ไหน ลูกหินอยู่ไหน อยู่นี่จ๊ะ อยู่นี่จ๊ะ สุขสบายดีหรือไร สุขสบายทั้งกายใจ...”
          ทุกเช้าวันพฤหัสฯ-ศุกร์ แม่ ๆ ที่ล้อมวงทำกิจกรรม ณ ศูนย์การเรียนรู้บ้านแม่นก จะร่วมกันร้องเพลงนี้เพื่อทักทายเด็ก ๆ โดยจะเปลี่ยนชื่อเรียกไปเรื่อย ๆ จากลูกหินก็เป็นน้องเบนซ์ น้องชมพู่ ฯลฯ เมื่อถึงคิวเรียกชื่อใคร เด็กคนนั้นต้องทักทายตอบ
          สำหรับลูกหิน คุณยายจิตรที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ช่วยยกมือของเด็กชายขึ้นมาโบกทักทาย เช่นเดียวกับหนูน้อยอีกหลายคนที่ไม่สามารถขยับเคลื่อนไหวร่างกายเองได้ คุณแม่หรืออาสาสมัครซึ่งนั่งเคียงคู่ก็จะช่วยจับ ขยับมือของเด็กขึ้นมาตอบรับ
          เป็นเวลา 5 ปีแล้ว ที่ทาวน์เฮ้าส์หลังย่อมของเสาวภา ธีระปรีชากุล หรือแม่นก ที่ใคร ๆ เรียกขาน เปิดรับครอบครัวที่มีลูกพิการทางสมองเข้าร่วมกิจกรรม โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น
          ความรู้และประสบการณ์ที่เธอมีจากการดูแลลูกหิน หนูน้อยซึ่งพิการทางสมองตั้งแต่แรกเกิด ได้นำมาแบ่งปันให้กับพ่อแม่ซึ่งเจอปัญหาเดียวกัน เพื่อช่วยป้องกันการเกิดโรคให้กับลูก เช่นเดียวกับความทุกข์ที่เธอเคยเจอก็ถูกนำมาบอกเล่าต่อ เพื่อเป็นกำลังใจให้กันและกัน
          เพราะเธอเชื่อว่า ความสุขของลูก จะเกิดขึ้นได้ พ่อแม่ต้องมีความสุขก่อน



 ตอนนี้น้องลูกหินอายุเท่าไรคะ พัฒนาการเป็นยังไง
          ตอนนี้อายุ 10 ขวบ เบื้องต้นหมอบอกว่าจะไม่มีพัฒนาการเลย แล้วมันจะแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุ แม่นกก็เสียใจ แต่รู้สึกว่าดีใจที่เรารู้ก่อน เพราะฉะนั้น ถ้าเราทำอะไรก็แล้วแต่ แล้วลูกไม่ดีขึ้นก็จะได้ไม่ต้องเสียใจ เพราะหมอบอกผลไปแล้ว แต่ปัจจุบันนี้เขาสามารถจะบอกทางเสียงได้บ้าง อื้อ ๆ อ้า ๆ อะไรอย่างนี้ อย่างเมื่อเช้า ลูกหินก็เป็นคนปลุกแม่ให้ตื่น

 ความสุขของคนเป็นแม่ทั่วไปคือได้เห็นลูกเติบโตมีพัฒนาการ แต่ของแม่นกดูเหมือนจะสวนทางกัน
          ความสุขของแม่นกคือลูกมีความสุขเท่านั้นเอง ง่าย ๆ เลย ลูกมีความสุขเราก็มีความสุขแล้ว ที่เราคิดได้อย่างนี้คือมีอยู่ช่วงหนึ่งลูกหินกินยาเยอะ เรากลุ้มใจทำไมยาเยอะจังเลย คนกินยาเยอะ ๆ เขาบอกว่าไตจะอยู่ได้ไม่นาน เราก็กังวล เครียด เลยถามตัวเองว่าถ้าลูกกินยาน้อยอยู่กับเราได้นาน แต่ลูกไม่มีความสุข กับลูกจำเป็นต้องกินยาตามที่หมอบอก อยู่ได้สั้น แต่มีความสุข จะเลือกเอาอะไร ตอบตัวเองว่าฉันขอให้ลูกมีความสุขแล้วกัน ลูกอยู่กับฉัน 10 ปีแล้วมีความสุข ดีกว่าลูกอยู่ 50 ปี แล้วทรมาน แล้วเราจะมีความสุขได้ไงเมื่อเห็นลูกทรมานก็เลยปล่อย แต่เราให้หมอควบคุม แค่ไหนถึงจะเหมาะสม วัน ๆ เขากินยาเยอะมาก เพราะเป็นหลายอย่าง ปัจจุบันนี้ เขาทั้งต้องดูดเสลด ดูดเสมหะ เจาะหน้าท้องให้อาหารทางหน้าท้อง แล้วเพิ่มมาอีกอันคือสวนปัสสาวะ วันหนึ่งประมาณ 4 ครั้ง ถ้าคนอื่นมามองก็จะบอกว่า อู้ฮู...แต่แม่นกว่าลูกหินเป็นเด็กที่โชคดี ถึงเขาจะเป็นเด็กพิการแต่ก็มีความสุขเพราะแม่นกเห็นรอยยิ้มเขาบ่อยมาก

 สำหรับศูนย์การเรียนรู้บ้านแม่นก เมื่อแรกเริ่มตั้งใจเปิดเพื่อจุดประสงค์คือ
          เพื่อลูกหินเลย เพราะลูกหินโตแล้ว คนอื่นเข้าโรงเรียนลูกหินก็ควรจะได้เข้าโรงเรียน แต่โรงเรียนของลูกหินอาจแตกต่างจากคนอื่นไป เพราะฉะนั้นการจัดการเรียนการสอนให้ลูกหินใครจะรู้ดีเท่าแม่ แล้วเขาเป็นเด็กพิการ โรงเรียนไหนจะรับ ต้องดูดเสมหะ ต้องกายภาพ ต้องสวนฉี่ เพราะฉะนั้นบ้านนี่แหละเป็นโรงเรียนดีที่สุด

 กำลังใจสำคัญของแม่นกคือใคร
          รอยยิ้มของลูก เพราะเมื่อไหร่ที่รู้สึกเหนื่อยจะเข้าไปกอดไปหอมเขาแล้วเราก็จะรู้ว่าเราทำเพื่อใคร เราขึ้นบันไดขั้นไหนแล้ว เราทำอะไรให้กับใคร ก็จะเติมกำลังใจกับลูกกับคนในครอบครัว จะได้รู้ว่าสิ่งที่ทำเพื่อใคร และเราทำอะไรกับมันอยู่ ต้องขอบคุณลูกหินนะที่เขาเกิดมาทำให้แม่นกเป็นแบบนี้ ถ้าไม่มีลูกหินสักคนเราก็ไม่รู้ว่าจะมีแรงมากพอที่จะทำเรื่องพวกนี้มั้ย ถ้าเขาเป็นเด็กปกติ เราคงไปหาโรงเรียนดี ๆ ยัด ๆ เพื่อให้ลูกเข้าโรงเรียนที่ดีที่สุด ทำงานหาเงิน เป็นวัฏจักรของคนทั่วไป แต่พอมีลูกแบบนี้เปลี่ยนไปเลย และที่สำคัญไม่สามารถอยู่ได้ด้วยตัวคนเดียว สังคมคนพิการก็ต้องพัฒนาไปพร้อม ๆ กัน เรารอดแต่เพื่อนไม่รอด ถามว่าแล้วเราจะรอดมั้ย เราก็ไม่รอด เราต้องช่วยคนอื่น ที่สุดแล้วคนอื่นจะมาเป็นเพื่อนเรา แล้ววันหนึ่งคนอื่นก็จะมาช่วยเราเอง แต่ถ้าเกิดเขาไม่ช่วยหรือไม่ได้ในสิ่งที่เราคิด ก็ไม่เป็นไร เพราะรู้อยู่แล้วว่าทำอะไรก็อย่าคาดหวัง ต้องเตือนตัวเองด้วย…

 ถ้าสำหรับคนนอก หากชีวิตเปรียบเป็นบทเรียน บทเรียนที่แม่นกได้รับดูจะสาหัสมากทีเดียว แล้วตัวเองล่ะคะ รู้สึกอย่างนั้นบ้างหรือเปล่า
          แม่นกไม่ได้รู้สึกว่าบทเรียนมันสาหัสนะ แต่รู้สึกว่ามีคุณค่ากับชีวิตเรามากกว่า เพราะเราได้ค้นหาอะไรหลาย ๆ อย่างที่นอกเหนือจากตำราที่เขาเรียนกัน อย่างการที่ลูกหลอดลมหย่อนยานแล้วต้องเจาะคอ เราก็ค้นหาวิธีการของเราเอง รู้ว่าไม่จำเป็นต้องเจาะคอก็ได้มันมีวิธีอื่น รู้สึกว่าเรามีคุณค่ามากกว่า และอยากให้วิธีการที่เราค้นหาเหล่านี้ช่วยพ่อแม่คนอื่นโดยที่เขาไม่ต้องค้นหา เป็นการลดเวลาของคนอื่น แต่เด็กได้รับการรักษาเร็ว ถ้าเลือกได้นะ ไม่ว่าลูกหินจะพิการหนักกว่านี้แม่นกก็ยอม เพราะลูกหินให้อะไรมากกว่าเด็กปกติหลายอย่าง ให้เราได้เรียนรู้ในการใช้ชีวิตแต่ละนาทีให้มีประโยชน์ ให้เราได้เรียนรู้การให้ผู้อื่นอย่างไม่มีข้อแม้...

 
     



Copyright © 2001-2010 Kwanruen Magazine
All Rights Reserved.
การนำข้อความและรูปภาพที่ปรากฎในเว็บไซต์นี้
ไปเผยแพร่ต่อสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต มีความผิดตามกฎหมาย