วิลล่า มูเซ่

แหล่งเรียนรู้ที่มีชีวิต

ใครล่ะจะคิดว่าที่เขาใหญ่มีหมู่เรือนไทยโบราณตั้งอยู่ และเมื่อเข้าไป แล้วก็รู้สึกราวกับได้เดินทางย้อนอดีตยังวันวาน เมื่อราว 100 ปีก่อน โดยเฉพาะเรือนไม้สักทองทรงปั้นหยาสีเขียวไข่กาที่โดดเด่นเป็นสง่าหลังนั้น

วิลล่า มูเซ่ (Villa Musee) คือหมู่เรือนไทยโบราณในบรรยากาศยุควิคตอเรียนของสยาม (สมัยรัชกาลที่ 4-5) ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ในบริเวณเดียวกันกับโรงแรมภูวนาลี รีสอร์ต เขาใหญ่ เกิดจากแนวคิดของคุณอรรถดา คอมันตร์ นักธุรกิจหนุ่มผู้หลงใหลในความเป็นไทยและสะสมของโบราณ โดยเฉพาะในสมัยรัชกาลที่ 4-5 ทั้งภาพถ่าย เฟอร์นิเจอร์ เอกสารโบราณและศาสตราวุธมาตั้งแต่วัยเด็ก และมีความตั้งใจเก็บรักษาสถาปัตยกรรมไทยอันทรงคุณค่าไว้ เขาจึงชะลอย้ายเรือนไทยหลายยุคหลายสมัยจากหลายแหล่งที่มา เพื่ออนุรักษ์ไว้ ณ พื้นที่แห่งนี้ พร้อมทั้งจัดแสดงเครื่องใช้และของตกแต่งโบราณในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับคนรุ่นต่อไป โดยมี ‘เรือนประเสนชิต’ เรือนไม้สักทอง 2 ชั้น ทรงปั้นหยาสีเขียวไข่กา เป็นดั่งเพชรน้ำเอกของวิลล่า มูเซ่

 

“โอ่งที่ตั้งไว้หน้าบ้านเป็นศิลปะแบบสุโขทัย คนไทยมีความเชื่อว่าการเอาน้ำมาไว้หน้าบ้าน ผู้อยู่อาศัยจะร่มเย็นเป็นสุข”


หญิงสาวในชุดโจงกระเบน เสื้อลูกไม้ ผู้นำชมเรือนประเสนชิตบรรยายให้เราฟังเมื่อครั้นมาถึงหน้าเรือนหลังงาม ซึ่งเดิมเป็นเรือนไม้หลังเก่าตั้งอยู่ย่านสี่พระยา เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ ‘บ้านเลขที่ 301 แยกนเรศ’ หลังจากคุณอรรถดา คอมันตร์ ติดต่อขอซื้อเรือนหลังนี้แล้วก็ได้ย้ายเรือนมาปลูกสร้างที่เขาใหญ่ พร้อมปรับปรุงให้มีความมั่นคงแข็งแรงขึ้น แต่ยังคงรักษาสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของเรือนไว้มากที่สุด


บ้านเลขที่ 301 แยกนเรศ มีลักษณะสถาปัตยกรรมปรากฏชัดเจนว่าใช้เป็นที่อยู่อาศัยของชนชั้นระดับขุนนางสมัยก่อน อายุของเรือนน่าจะสร้างขึ้นราวปลายสมัยรัชกาลที่ 5 ต้นรัชกาลที่ 6 เมื่อย้ายมาตั้งที่เขาใหญ่ ทางทีมงานวิลล่ามูเซ่ จึงสมมุติให้เรือนประเสนชิตเป็นเรือนของขุนนางหนุ่มโสดคนหนึ่ง ที่สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศ และกลับมารับราชการสมัยปลายรัชกาลที่ 5 ข้าวของเครื่องใช้ภายในเรือนก็จัดวางไว้เหมือนมีผู้อยู่อาศัยจริง ๆ ผู้มาเยือนอย่างเราจึงรู้สึกประหนึ่งได้มาเป็นแขกพิเศษของพระน้ำพระยาในเวลานั้น

เครื่องเรือนที่ตั้งอยู่ตามห้องต่าง ๆ ล้วนเป็นของสะสมของคุณอรรถดา หลายชิ้นมีอายุนับร้อยปี เช่นเดียวกับอายุของเรือนประเสนชิต ผู้นำชมพาเราไปยังห้องโน้นห้องนี้ พร้อมเล่าถึงประวัติความเป็นมาของเครื่องเรือนเครื่องประดับตกแต่งแต่ละชิ้น ที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตชนชั้นขุนนางไทยสมัยก่อน รวมไปถึงช่วงเวลาที่ชาติตะวันตกเข้ามามีอิทธิพลต่อสยามประเทศ

 

 

สำหรับเราแล้วชอบห้องทำงานของท่านมากที่สุดห้องนี้ตั้งโต๊ะทำงานไว้มุมหนึ่งติดกับหน้าต่าง บนโต๊ะวางเครื่องพิมพ์ดีด แว่นตา โคมไฟ โทรศัพท์ แก้วน้ำ ที่วางซิการ์ เบื้องหน้าบนฝาผนังคือภาพเหตุการณ์สำคัญจากหนังสือพิมพ์หัวฝรั่งเศส Le Petite Journal ต้นฉบับจริง ที่มีการนำเสนอข่าวกรณีพิพาทสยาม-ฝรั่งเศส จนนำไปสู่วิกฤตการณ์ ร.ศ.112 และข่าวสารเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจในล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 เมื่อคราวเสด็จประพาสยุโรป อีกมุมของห้องมีตู้หนังสือ ภายในตู้เต็มไปด้วยหนังสือเก่าทั้งภาษาอังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศส และละติน สำหรับเจ้าของห้องค้นคว้า ถ้าเจ้าพระยาท่านนี้มีชีวิตอยู่จริง เราว่าเขาต้องเป็นข้าราชการผู้ซื่อสัตย์และตั้งใจทำงานเพื่อแผ่นดินอย่างยิ่ง

 

 

เรือนประเสนชิตมี 2 ชั้น ตรงโถงบันไดขึ้นชั้น 2 ประดับภาพพิมพ์หินสอดสีขนาดใหญ่ของรัชกาลที่ 5 ในคราวพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2416) ซึ่งนับว่าเป็นภาพพิมพ์หินสอดสีที่ทรงคุณค่าลำดับต้น ๆ ในรัชสมัยของพระองค์ ฝาทั้ง 2 ด้านประดับด้วยศาสตราวุธโบราณตั้งแต่สมัยอยุธยา ถัดมามีโทรศัพท์ยุคแรก ๆ ของสยาม แต่ครั้งยังมีหมายเลขโทรศัพท์เพียง 3 หลัก แขวนติดผนังเรือนไว้ ส่วนบริเวณห้องพักผ่อนหรือห้องเครื่องเล่นของเจ้าของเรือน ตั้งชุดเก้าอี้ไม้สำหรับเอนหลัง กล้องส่องทางไกลยุคโบราณ ฝาผนังประดับด้วยเขาสัตว์ อีกฟากของเรือนเป็นห้องนอน มีเตียงไม้สักแบบตะวันตก ตู้ไม้ ชุดโต๊ะเครื่องแป้ง ฉากบานเฟี้ยม ฯลฯ เครื่องเรือนแต่ละชิ้นล้วนจัดทำอย่างละเอียดประณีต และยังแข็งแรงคงทนใช้งานได้จนถึงทุกวันนี้

 

 

หลังจากชมเรือนประเสนชิตแล้ว ก็เข้าไปชมนิทรรศการภาพถ่ายกันต่อ ซึ่งจัดแสดง ณ เรือนอนุรักษ์โกษา อาคารแบบชิโนโปรตุกีส เรือนนี้เปรียบเสมือนคลับพักผ่อนสังสรรค์ของวิลล่า มูเซ่ เพราะมีมุมบริการเครื่องดื่ม โต๊ะเก้าอี้ให้นั่งพักผ่อน และยังจัดนิทรรศการน่าชมหมุนเวียนตลอดทั้งปี ช่วงที่เราไปมีนิทรรศการ ‘120 ปี โรเบิร์ต แลนซ์ และห้องภาพในสยาม’ จัดแสดงผลงานภาพถ่ายของโรเบิร์ต แลนซ์ ช่างภาพหลวงคนสำคัญสมัยรัชกาลที่ 5 ผู้ที่เป็นที่มาของห้องภาพ ‘ฉายานรสิงห์’ อันโด่งดังยุคคุณปู่คุณย่า

 

 

จิบชาไปชมภาพถ่ายในวันวานไป ยิ่งทำให้เรารู้สึกว่า...วันนี้ช่างโชคดีที่ได้มาเป็นแขกของท่านเจ้าคุณ

วิลล่า มูเซ่ เปิดให้เข้าชมทุกวันศุกร์-อาทิตย์ วันละ 4 รอบนำชม คือเวลา 09.00 น., 11.00 น., 14.00 น. และ 16.00 น. จำกัดผู้เข้าชมรอบละไม่เกิน 8 คน ทั้งยังเปิดเรือนไทยบางเรือนสำหรับให้บริการเป็นที่พักแบบส่วนตัวสุด ๆ อีกด้วย ติดต่อสอบถามและสำรองล่วงหน้า โทร. 06-3225-1555

  • คอลัมน์แวะพัก...เช็กอิน ฉบับที่ 1091 ปักษ์แรกพฤษภาคม 2560

อ่านบทความย้อนหลัง
<




473/1-4 ซอยประชาสงเคราะห์ 2 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2641-7941-50 แฟกซ์ 0-2248-5819 อีเมล: info@kwanruen.com
Copyright © 2011-2014 Kwanruen Magazine. All right reserved.