เที่ยวต่างแดน : Nelson
: กะหมังกุหนิง
- - - - -
    สำหรับทะเลสาบน้ำจืดโรโตอิติ (Rotoiti Lake) เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติทะเลสาบเนลสัน (Nelson Lakes National Park) ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดกว่า 102,000 แฮกแตร และยังเป็นที่ตั้งของทะเลสาบโรโตรัว (Rotoroa Lake) ที่ใหญ่กว่าอีกด้วย ทะเลสาบโรโตอิติมีทางเข้าหลักอยู่บนถนนทางหลวงเส้น 63 ห่างจากเมืองเนลสัน 100 กิโลเมตร ได้มีการบันทึกไว้ว่าวันที่ 18 มกราคม 1843 ชาวยุโรปคนแรกที่ได้พบเห็นทะเลสาบลึก 82 เมตรแห่งนี้คือจอห์น ไซวานัส คอทเทอโรลล์ (John Sylvanus Cotterell) และในปี 1956 ทะเลสาบโรโตอิติก็ได้ถูกรวมเข้าไว้ในอุทยานแห่งชาติตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เช้าวันถัดมา 2 แม่ลูกจัดการเรื่องปากท้องทานอาหารเช้าเรียบร้อย ได้เวลาแพ็กข้าวของขนม และน้ำเสร็จสรรพก็บึ่งรถไปตามถนนทางหลวงเส้นหมายเลข 6 เพื่อออกจากเมืองเนลสันมุ่งหน้าตามดวงตะวันที่สว่างแจ่มจ้าฟ้าเปิด อากาศดีเป็นใจให้ทริปวันนี้ดูจะสดใสร่าเริงมากทีเดียว ‘กะหมังกุหนิง’ ขับรถผ่านเมืองเล็ก ๆ ไปได้สักพักฉุกคิดได้ว่าน่าจะหาเสบียงตุนอาหาร เพื่อไปปิกนิกทานมื้อเที่ยงกันริมทะเลสาบ ซึ่งหนทางข้างหน้าเรามิอาจหยั่งรู้ได้ว่าอาหารการกินจะอุดมสมบูรณ์มากน้อยเพียงใด กันไว้ดีกว่าแก้แล้วแย่หิวโซทีหลัง...พังค่ะ (เรื่องกินเรื่องใหญ่ไม่งั้นจะบึกบึนเช่นนี้หรือจ๊ะ) พอดีประจวบเหมาะขับรถมาถึงเมืองเวคฟิลด์ (Wakefield) มีร้านเดย์รี่ (Dairy) ริมทางซึ่งเปรียบได้กับร้านขายของชำที่บ้านเรา เขามีขายอาหารกลางวันประเภทแซนด์วิชพายไส้ต่าง ๆ และขนมนมเนยสารพัดสิ่งให้เลือกซื้อ ซึ่งร้านเหล่านี้จะอยู่ที่ทุกมุมของเมืองในประเทศนิวซีแลนด์เลยค่ะ

    หลังจากเราเข้าไปเหมาทั้งพายสเต๊กเนื้อไก่ และมันฝรั่งทอด เราก็ออกเดินทางต่อจนมาถึงจุดป้ายบอกทางตัดผ่านเขาเพื่อเข้าสู่ถนนทางหลวงเส้น 36 ไปยังเซ็นต์ อาร์โนรด์ (Saint Arnaud) ‘กะหมังกุหนิง’ ก็หักพวงมาลัยใส่เกียร์ตรงเข้าไปสู่ถนนตัดผ่านภูเขาที่คดเคี้ยวในบางช่วงและเงียบมาก เพราะแทบจะไม่มีรถสวนทางกัน นาน ๆ จะเห็นรถสักคัน พระเจ้า! บรรยากาศแนวนี้แหละโดนใจ ‘กะหมังกุหนิง’ จริง ๆ เหมือนถนนทั้งเส้นเป็นของเรา 2 แม่ลูก ข้างทางมีแต่ต้นสนปกคลุมภูเขาจนเขียวครึ้มสลับกับแม่น้ำใส ๆ สายเล็กที่ตัดผ่าน มีสะพานข้ามและเห็นดอกไม้ริมทางสีเหลืองสะพรั่งไปตลอดทาง งามจับใจ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วชาวนิวซีแลนด์ไม่ค่อยจะปลื้มกันสักเท่าไร เพราะพวกมันคือวัชพืชที่ฆ่าไม่ตายมีหนามแหลมรอบต้นแถมยังเจริญเติบโตรวดเร็วกระจายไปทั่ว ไม่ได้มีประโยชน์อันใดเขาเรียกกันว่าโกรช์ (Gorse) ซึ่งถูกนำเข้ามาจากประเทศไอซ์แลนด์เมื่อครั้งที่ชาวอังกฤษเข้ามายึดเกาะได้ แต่ยามที่มันออกดอกพร้อมกันบางที่ภูเขาทั้งลูกดูเหลืองอร่ามสวยงามไปอีกแบบ และนั่นก็เป็นสาเหตุให้ ‘กะหมังกุหนิง’ต้องจอดรถบ่อยครั้งเพื่อถ่ายรูปวิวมุมต่าง ๆ หรือออกไปสัมผัสธรรมชาติ (อั้นไม่ไหวขอฉี่ในป่าแพร็พค่า) แม่มัวแต่กระดี๊กระด๊าเริงร่าเสียจนคุณลูกชายเหนื่อยใจเฝ้าคอยถามไถ่ว่าเมื่อไหร่จะถึงคร้าบ (ผมหิวแล้ว!)



    ในที่สุด 2 ชั่วโมงผ่านไป เรามาถึงที่เซ็นต์ อาร์โนรด์‘กะหมังกุหนิง’ ขับรถตามป้ายบอกทางตรงเข้าไปที่ทะเลสาบทันที เพราะรู้สึกแสบท้องหิวแล้วเหมือนกัน เราหาที่จอดรถไว้ริมทะเลสาบแบบริงค์ไซส์ แล้วก็ช่วยกันขนข้าวของเดินเลียบหาดหินไปเรื่อย ๆ จนเจอจุดนั่งปิกนิกเหมาะ ๆ ไร้ผู้คน ไม่พูดพร่ำทำเพลง 2 คนหม่ำพายกันอย่างเอร็ดอร่อยท่ามกลางแสงแดดจ้า พร้อมกับการชมวิวตระการตาตั้งฉากกว้างอยู่เบื้องหน้าด้วยภาพทะเลสาบโรโตอิติน้ำใสครามเขียวสะท้อนสีท้องฟ้า ที่ขนาบข้างไว้ด้วยเทือกเขาหิมะ ที่ตอนนี้แทบจะไม่เหลือให้เห็นแล้ว แต่เป็นป่าเขียวที่เป็นแหล่งผลิตน้ำหวาน (Honeydew) ตามธรรมชาติสร้างวงจรชีวิตเป็นอู่ข้าวอู่น้ำให้บรรดานกและแมลงได้ดื่มกินกัน เขาว่ากันว่าหากมีโอกาสมาชมทะเลสาบในช่วงฤดูหนาว ภูเขาเหล่านี้จะถูกปกคลุมเต็มไปด้วยหิมะขาวและจะได้เห็นธารน้ำแข็ง (Glaciers) ไหลลงทะเลสาบงดงามยิ่งนัก ส่วนน้ำใสที่เห็นกันเต็มทะเลสาบนั้นมีต้นน้ำมาจากแม่น้ำทราเวอร์ส (Travers River) และเมื่อน้ำล้นเอ่อก็จะไหลลงไปอีกฝั่งที่แม่น้ำบูลเลอร์ (Buller River) และตอนนี้น้ำใสไหลเอื่อย ๆ ในทะเลสาบก็ส่งไอเย็นทำให้เรา 2 แม่ลูกรู้สึกเพลิดเพลิน ระหว่างที่พูดคุยสนทนาสัพเพเหระแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในหลายเรื่องที่ยังไม่มีโอกาสดี ๆ เช่นวันนี้ ‘กะหมังกุหนิง’ แอบหวังว่าลูกจะได้รับรู้และซึมซับกับวิธีสอนให้เขารักธรรมชาติทางอ้อม และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความสุขแบบพอเพียงที่แม่ปรารถนาดีหยิบยื่นให้จะส่งผลต่อจิตใจให้เขาเป็นคนดี สุขุม เยือกเย็นเหมือนน้ำในทะเลสาบ (ไม่ใช่เย็นชานะจ๊ะ) เราตักตวงความสุขนั่งชมวิวสวย ๆ ตรงหน้าที่มีเพียงเรือคายัคไม่กี่ลำ และเรือแท็กซี่ที่ให้บริการอยู่ริมทะเลสาบโดยได้รับการลงทะเบียนอยู่ภายใต้การดูแลควบคุมของกรมการคุ้มครองอุทยาน (Department of Conservation) มีออฟฟิศตั้งอยู่ที่เซ็นต์อาร์โนรด์ ‘กะหมังกุหนิง’ ขอแสดงความชื่นชมกับการดูแลอย่างเคร่งครัดทำให้ทะเลสาบแห่งนี้ไม่กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่พลุกพล่านเต็มไปด้วยเครื่องเล่นทางน้ำส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่นที่ต้องการมาพักผ่อน เพราะนอกจากเราจะมาเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับแล้ว ก็ยังสามารถค้างคืนที่แค้มป์ในอาณาเขตของทะเลสาบได้ด้วย ฉะนั้นความสงบจึงเป็นสิ่งสำคัญ รวมถึงการดูแลที่นี่ยังคงหวงแหนและเก็บรักษาธรรมชาติไว้ได้อย่างสมบูรณ์ดีเยี่ยม ขอยกนิ้วโป้งอวบ ๆ กดไลค์ให้อย่างแรงเลย

    เมื่อเราอิ่มหนำสำราญ หนังท้องตึงหนังตาหย่อน ฮ่า ๆ แต่ก็ข่มตาไม่ลงเพราะบรรยากาศโดยรอบสวยงามเกินห้ามใจ เราจึงเดินสำรวจทะเลสาบ เก็บภาพที่มองไปทางใดก็ประทับใจทั้งยังได้พบเห็นพูดคุยกับนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศ รวมไปถึงคนท้องถิ่นเองก็นิยมมาตกปลา ที่ได้กันส่วนมากจะเป็นปลาเทราท์ (Trout) หรือมาล่องเรือ และมีบางคนดูจะคลั่งไคล้มาก ถึงขนาดลงทุนสร้างลงแรงประกอบเรือไอน้ำเพื่อนำมาล่องอวดโฉมที่ทะเลสาบกันเลยทีเดียว ส่วนกิจกรรมเด็ดอีกอย่างก็เห็นจะไม่พ้นการเดินป่า โดยเฉพาะการผจญภัยจากทะเลสาบโรโตอิติผ่านป่าเขาเข้าไปชมความงามของทะเลสาบโรโตรัว ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่มีน้ำใสที่สุดในโลก แต่ต้องใช้เวลาเดินป่าอย่างน้อย 3-4 วัน ได้ฟังแล้ว ‘กะหมังกุหนิง’ รู้สึกหมั่นเขี้ยวอยากลองของนักเชียว ทว่าวันนี้คงจะทำได้แค่เพียงเข้าไปชมป่าและน้ำตกฝั่งตรงข้ามทะเลสาบให้หายอยากแค่นั้น งานนี้ต้องตัดใจทิ้งภาพโรโตอิติแสนงามไว้ข้างหลัง ขากลับเราแวะถ่ายภาพเพียงบางจุด จึงใช้เวลาขับรถเพียง 1 ชั่วโมงก็ถึงเนลสัน เป็นอันจบทริปของวันนี้ด้วยความสนุกสนาน
- - - - -
  • อ่านเพิ่มเติมได้ในคอลัมน์เที่ยวต่างแดน ฉบับที่ 1060 ปักษ์หลังมกราคม 2559

อ่านบทความย้อนหลัง
<




473/1-4 ซอยประชาสงเคราะห์ 2 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2641-7941-50 แฟกซ์ 0-2248-5819 อีเมล: info@kwanruen.com
Copyright © 2011-2014 Kwanruen Magazine. All right reserved.