สนั่น รัตนะ คำสอนของในหลวงอยู่บนนั่งร้าน

นับเป็นครั้งที่ 4 ในชีวิตของสนั่น รัตนะ ครูชำนาญการพิเศษวิทยาลัยช่างศิลป ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นหนึ่งในคณะทำงานภาพจิตรกรรมฝาผนัง ในงานพระเมรุ พระเมรุมาศของเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ครั้งนี้เขารับหน้าที่ดูแลภาพรวมจิตรกรรมฝาผนังพระที่นั่งทรงธรรม ซึ่งแสดงโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 

 

จิตรกรรมฝาผนังที่เขียนความจริงทั้งหมด

ครั้งนี้ผมรับหน้าที่ดูแลควบคุมจิตรกรรมฝาผนังในพระที่นั่งทรงธรรม มูลเหตุของการเขียนครั้งนี้คือ เรื่องราวจิตรกรรมสมัยรัชกาลที่ 9 สืบเนื่องในช่วงย้อนหลังไปประมาณ 10 ปี รัชกาลที่ 9 โปรดเกล้าฯให้เขียนจิตรกรรมฝาผนังในหอพระพุทธรัตนสถาน…ในช่วงแรก ผมเป็นฝ่ายเลขาฯที่เก็บข้อมูล และส่งภาพร่างไปให้พระองค์ท่านทอดพระเนตร ทรงรับสั่งมาว่า ไม่ใช่แนวทางที่เราต้องการ และให้แนวทางมากับอธิบดีกรมศิลปากรสมัยนั้นว่า ให้เขียนเราแบบนี้ คือเขียนความจริงทั้งหมด

เมื่อเขียนความจริงทั้งหมด ภาพจิตรกรรมในหอพระพุทธรัตนสถานก็จะเกิดจากการตามจดหมายเหตุ ภาพถ่ายเก่า ๆ และนำมาเขียน ทำงานไปอีกสักพักหนึ่งพระองค์ท่านทอดพระเนตรเห็นต้นไม้ที่ใส่ลงไป ท่านก็รับสั่งบอกเราว่า ต้องบอกได้ด้วยนะว่าเป็นต้นอะไร และบนต้นไม้ไม่ได้มีแต่ต้นไม้ ดอกไม้ ใบไม้ ผลไม้นะ มีสิงสาราสัตว์ด้วย อันนี้คือมูลเหตุทั้งหมด เมื่อมาทำงานจิตรกรรมคราวนี้ เราก็ต่อเนื่องจากสิ่งที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 เคยรับสั่ง แต่คราวนี้เป็นจิตรกรรมสมัยรัชกาลที่ 10 แต่ใช้ช่างฝีมือสมัยรัชกาลที่ 9

 

รวมใจให้เป็นหนึ่ง

บุคลากรที่มาเขียนภาพคือศิษย์เก่าและครูที่อยู่ในสถาบัน อย่างลูกศิษย์ที่มาทำงานนี้ พวกเขาเป็นจิตอาสากันทั้งนั้น แต่เป็นคนมีฝีมือ บางคนเป็นเจ้าของแกลเลอรี บางคนเป็นมือสีน้ำระดับประเทศ บางคนเขียนภาพเหมือนราคาแพง ๆ ทุกคนพร้อมใจกันมาทำงานนี้ ซึ่งเรามีเวลาอยู่ 3 เดือนนิดหน่อยในการทำงาน นี่คือภารกิจของงานพระเมรุทุกครั้ง เป็นความยากทุกครั้ง คือเงื่อนเวลา

การเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังครั้งนี้ เรามาเขียนด้วยกัน ที่เดียวกัน สาเหตุที่มาเขียนด้วยกันเพราะด้วยเงื่อนไขว่างานชิ้นนี้คือชิ้นเดียวกัน ติดตั้งอยู่ในอาคารเดียวกัน พอเขียนด้วยกันเราก็ชำเลืองดูสีซึ่งกันและกัน ว่าบรรยากาศผนังสีนี้ต้องเป็นอย่างนี้ ต้องเป็นเอกภาพของเนื้องานทั้งหมด 3 ชิ้น นอกจาก 3 ชิ้นแล้ว เมื่อแยกเป็นรายชิ้นก็เป็นเอกภาพของแต่ละชิ้น อันนี้คือสิ่งที่เป็นความยากของการทำงาน และเราต้องประสานคน คนที่เดินขึ้นมานั่งบนนั่งร้านทั้งหมดผมว่าไม่ต่ำกว่า 400 คน แต่ต้องรวมใจให้ได้เป็นหนึ่ง ละลายตัวเอง ลดอีโก้ของตัวเองลงมา แล้วขึ้นไปนั่งอยู่บนนั่งร้าน นี่คือยากที่สุดในการทำงาน เพราะแต่ละคนมีความเป็นศิลปินมา แต่ด้วยเงื่อนไขคือทำงานเพื่อพระองค์ท่าน ทุกคนยอมลดอีโก้ตัวเอง

 

คำสอนของในหลวง

เมื่อก่อนเรายังไม่รู้ว่าจะนำคำสอนของพระองค์ไปใช้กันตอนไหน แต่ ณ วันนี้คนเป็นช่างได้ใช้หมดแล้ว คำสอนทุกคำ ทศพิธราชธรรมพระองค์ท่านไล่มาตั้งแต่ความเพียร ตอนนี้ทุกคนแสดงเรื่องของความเพียร ความอดทนให้เห็น การนั่งบนนั่งร้านไม่ได้สนุก ร้อนมาก เหนื่อยมาก เมื่อยมาก แต่ทุกคนอยู่ได้ เพราะรับผิดชอบต่อหน้าที่ ทุกคนรู้หน้าที่ว่าข้าพเจ้าทำอะไรชั่วโมงนี้ ถึงเวลาขึ้นไปวาดภาพอยู่บนนั่งร้าน โดยที่เราไม่ต้องบอก พอลงมาทานข้าวเสร็จ กลับขึ้นนั่งร้านไปทำงานต่อ

 

รางวัลที่ยิ่งใหญ่ในฐานะช่างหลวง

ถ้าถามผมว่าการได้มีส่วนร่วมในงานพระเมรุครั้งนี้รวมถึงครั้งที่ผ่าน ๆ มารู้สึกอย่างไร ปกติสมัยก่อนเมื่อการพระเมรุเสร็จสิ้น จะพระราชทานรางวัลตั้งแต่ไพร่จนถึงนายช่างใหญ่จนถึงหัวหน้างาน ตลอดระยะเวลาผมทำงานมา 3 พระเมรุ ผมได้ 2 ขั้นครั้งเดียว แต่ผมกลับรู้สึกว่ารางวัลที่ยิ่งใหญ่ในฐานะช่างหลวงคนหนึ่งคือการได้มีส่วนร่วมในพระราชพิธีสำคัญ อย่างที่ผมเคยตั้งจิตอธิษฐานไว้และมีความสุขใจที่ได้ทำทุกครั้ง

 

  • อ่านบทสัมภาษณ์เพิ่มเติมได้ในฉบับที่ 1100 ตุลาคม 2560

อ่านบทความย้อนหลัง
<




473/1-4 ซอยประชาสงเคราะห์ 2 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2641-7941-50 แฟกซ์ 0-2248-5819 อีเมล: info@kwanruen.com
Copyright © 2011-2014 Kwanruen Magazine. All right reserved.