อนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร

การตระเตรียมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

เพื่อความพร้อมสมบูรณ์ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 25-29 ตุลาคม 2560 รัฐบาลได้มีการเตรียมการนับตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา มีหน่วยงานหลักอย่างกรมศิลปากร ทำหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับแบบพระเมรุมาศและสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ โดยได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน รวมถึงประชาชนจิตอาสาจากหลากหลายอาชีพ ที่ร่วมแรงร่วมใจน้อมถวายงาน เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง รัชกาลที่ 9 เป็นการรวมกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว เพื่อให้พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เป็นไปอย่างสมพระเกียรติที่สุด

 

งานในความรับผิดชอบของกรมศิลปากร

"ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช งานที่กรมศิลปากรรับผิดชอบ ประกอบด้วยการก่อสร้างพระเมรุมาศ และอาคารประกอบพระเมรุมาศ ที่บริเวณมณฑลท้องพิธีสนามหลวงและนอกมณฑลพิธี โดยในมณฑลพิธี มีพระเมรุมาศถือเป็นประธานหลัก...จริง ๆ ยังมีรายละเอียดสิ่งก่อสร้างอีกมาก และมีงานอีกเยอะที่ส่วนราชการต่าง ๆ ร่วมกันรับผิดชอบทำงาน เพื่อถวายพระเกียรติพระองค์ เพียงแต่ว่างานของกรมศิลปากรคืองานก่อสร้างเลยดูใหญ่ จริง ๆ ยังมีงานอีกเยอะในรายละเอียดของพระราชพิธีที่หน่วยราชการต่าง ๆ รวมทั้งพี่น้องประชาชนชาวไทยได้เข้ามามีส่วนในการทำงานครั้งนี้

นอกจากนี้กรมศิลปากรยังรับผิดชอบในเรื่องของการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ และยังรับผิดชอบในงานประณีตศิลป์ งานศิลปกรรม ไม่ว่าจะเป็นปฏิมากรรมประดับพระเมรุมาศ งานประณีตศิลป์ในการสร้างพระโกศจันทน์ พระโกศพระบรมอัฐิ เป็นพระโกศทองคำ มีการออกแบบผอบบรรจุพระบรมราชสรีรางคาร ทางกรมศิลปากรยังรับผิดชอบจัดทำจดหมายเหตุในพระราชพิธีทั้งหมด ตั้งแต่เสด็จสวรรคตมาจนถึงถวายพระเพลิง และอัญเชิญพระบรมอัฐิจากท้องสนามหลวงสู่พระบรมมหาราชวัง"


งานที่รวมทุกสรรพช่าง

"งานถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระมหากษัตริย์ในราชอาณาจักรไทยตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาจะเป็นงานก่อสร้างสถาปัตยกรรม ถึงแม้จะเป็นงานสถาปัตยกรรมชั่วคราว หมายถึงเมื่อเสร็จพระราชพิธีแล้วต้องมีการรื้อถอน แต่ถือว่าเป็นงานใหญ่ เป็นงานสำคัญ เป็นงานที่ทำถวายอย่างสมพระเกียรติ แด่พระมหากษัตริย์ที่เสด็จสู่สวรรคต ซึ่งในอดีตตั้งแต่สมัยอยุธยา สมัยต้นรัตนโกสินทร์จะมีการรวบรวมทั้ง ช่างหลวง ช่างมีฝีมือทุกสรรพช่าง เป็นการจำลองสวรรค์อยู่กลางพระนคร เพราะฉะนั้นนี่คือราชประเพณีที่สืบต่อกันมาอย่างยาวนาน แสดงถึงความยิ่งใหญ่ วิจิตรตระการตางดงาม สมกับเป็นงานช่างฝีมือชั้นสูงรวมอยู่ที่งานก่อสร้างพระเมรุมาศในการถวายพระเพลิงพระบรมศพพระมหากษัตริย์ สำหรับพระเมรุมาศคราวนี้ถ้าเราเปรียบเทียบกับการถวายพระเพลิงพระบรมศพใน 5 ครั้งที่ผ่านมา พระเมรุมาศในการถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระมหากษัตริย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 จะมีขนาดใหญ่กว่าหลาย ๆ ครั้ง เพราะฉะนั้นงานต่าง ๆ นอกจากสเกลใหญ่ขึ้นแล้ว สิ่งที่ต้องคำนึงก็คือ ความงดงามและความละเอียดในเรื่องของลวดลาย ในเรื่องของประณีตศิลป์ ต้องมีความงดงามเหมือนเดิม เป็นการรวมสรรพช่างต่าง ๆ ร่วมกันทำงานให้มีความงดงาม วิจิตรสวยงาม สมกับพระเกียรติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9"


ทำงานในฐานะใต้เบื้องพระยุคลบาทและในฐานะประชาชน

"ในฐานะอธิบดีกรมศิลปากรได้บอกกับผู้รับผิดชอบว่า ทุกอย่างต้องทำให้สมพระเกียรติอย่างหาที่สุดไม่ได้ เป็นคำพูดที่ไม่ยาวมากนัก แต่ทุกคนรับทราบการทำงานครั้งนี้คือการถวายงานแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9 อย่างสวยงาม อย่างยิ่งใหญ่ อย่างสมพระเกียรติ กรมศิลปากรทำงานในฐานะใต้เบื้องพระยุคลบาท นี่คือการทำงานถวาย เคยมีสื่อมวลชนถามว่ากรมศิลปากรเป็นพระเอกหรือไม่ กรมศิลปากรไม่ใช่พระเอกครับ กรมศิลปากรทำงานในฐานะใต้เบื้องพระยุคลบาท เราสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เราทำงานถวาย สิ่งที่เราทำและสื่อในงานพระราชพิธีครั้งนี้คือการเก็บองค์ความรู้ทั้งงานสถาปัตยกรรมและงานช่างสิบหมู่ไว้ เพื่อที่จะเป็นหลักฐานของแผ่นดิน เพราะเราคิดกันอยู่เสมอว่าเราทำงานนี้เพื่อถวายพระองค์ในฐานะใต้เบื้องพระยุคลบาทและในฐานะประชาชน"

 

หอจดหมายเหตุในหลวง รัชกาลที่ 9

"ท้ายที่สุดเมื่อมีการรื้อ เรื่องราวประติมากรรมอะไรต่าง ๆ ก็จะนำไปจัดแสดง ที่บริเวณคลอง 5 อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เพราะพื้นที่บริเวณคลอง 5 ตรงนั้นกรมศิลปากรได้จัดสร้างหอจดหมายเหตุในหลวง รัชกาลที่ 9 เอาไว้แล้ว ซึ่งเป็นที่รวบรวมเอกสารเรื่องราวของในหลวง รัชกาลที่ 9 ต่อไปเมื่อไปอาคารหลังใหม่แล้วเสร็จ ก็แปลว่าข้อมูลของในหลวง รัชกาลที่ 9 ตั้งแต่ประสูติมาจนถึงถวายพระเพลิง จะเป็นส่วนที่รวบรวมข้อมูลได้สมบูรณ์แบบที่สุด ใครต้องการข้อมูลอะไรก็ไปได้ที่จดหมายเหตุ และอาคารหลังใหม่เป็นอาคารจัดแสดงว่าด้วยเรื่องของการถวายพระเพลิงพระบรมศพ ทั้งหมดก็จะจัดแสดงที่นั่น แต่ไม่ได้มีการนำพระเมรุมาศไปสร้าง เนื่องจากมีขนาดใหญ่มาก แต่เอาเรื่องราวทั้งหมดไปจัดแสดง เอาประติมากรรมไปจัดแสดงที่นั่น นำไปไว้ถาวร เป็นเรื่องราวของในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่มีเรื่องราวและข้อมูลอย่างเต็มที่ ครบถ้วนสมบูรณ์"


ถ้าเป็นไปได้ ไม่อยากให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น

"จริง ๆ แล้วงานนี้เป็นของประชาชนชาวไทยทุกคน เพียงแต่กรมศิลปากรได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลัก ยังมีหน่วยงาน และพี่น้องจิตอาสาต่าง ๆ เพราะงานมีรายละเอียดเยอะ แต่ในฐานะกรมศิลปากรถือเป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่ ตั้งแต่อธิบดีไปจนถึงทุก ๆ คน เราต่างมีความมุ่งมั่นตั้งใจ ระดมสรรพกำลังทุก ๆ อย่าง เพื่อจะทำงานนี้ออกมาให้ดีที่สุด ถ้าถามถึงความภูมิใจ ก็ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการรับใช้ เพราะตั้งแต่เริ่มวางแผนงาน ได้เข้าไปดูในสนามหลวงตั้งแต่ยังไม่ได้ทำอะไร...กระทั่งตอนนี้เริ่มเห็นยอดพระเมรุมาศ จนอะไรต่อมิอะไรเสร็จกันหมดแล้ว (กันยายน 2560) ซึ่งถ้าเป็นไปได้ ก็ไม่อยากให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเลย"

 

 

  • อ่านบทสัมภาษณ์เพิ่มเติมได้ในฉบับที่ 1100 ตุลาคม 2560

อ่านบทความย้อนหลัง
<




473/1-4 ซอยประชาสงเคราะห์ 2 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2641-7941-50 แฟกซ์ 0-2248-5819 อีเมล: info@kwanruen.com
Copyright © 2011-2014 Kwanruen Magazine. All right reserved.