เรื่องเล่าจากสาวย้อนยุค : พูดภาษาอังกฤษ

: จินตนา บุญบงการ

 

เมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว ฉันเริ่มหลักสูตรพาณิชยนาวี คือการขนส่งสินค้าทางเรือ ซึ่งปัจจุบันมีการพัฒนาเป็นการขนส่งหลายรูปแบบครบวงจร และเรียกว่าสาขาโลจิสติกส์ ในตอนนั้นได้รับความอนุเคราะห์จากบุคคลในวงการมาช่วยสอน ช่วยส่งเสริมให้นิสิตได้ไปดูงาน แม้แต่การอนุมัติให้นิสิตเดินทางไปต่างประเทศกับเรือขนสินค้า


คุณทิวัฒน์ แจ้งอริยวงศ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท EVERGREEN ซึ่งต่อมามีธุรกิจในเครือมากมายทั้งการขนส่งและโรงแรม ได้กรุณามาเป็นวิทยากรให้เลี้ยงอาหารกลางวันอย่างดีแก่นิสิต และพานิสิตไปดูงานในต่างจังหวัดและให้ทดลองขึ้นเรือขนสินค้าของทางบริษัท คุณทิวัฒน์เน้นกับนิสิตในระยะเวลานั้นเมื่อ 20 กว่าปีมาแล้วว่า
“good English, good job
poor English, poor job
no English, no job”

ในวันนี้เมื่อพบลูกศิษย์เก่า ก็พบว่าจริงถึง 70 เปอร์เซ็นต์ คือใครพูดภาษาอังกฤษได้ดี มีความมั่นใจ ได้งานดีมีความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานและเรื่องส่วนตัว ใครภาษาอังกฤษไม่ดีก็ได้งานไม่ค่อยดี แต่คนที่ไม่ชอบพูดภาษาอังกฤษเลยก็ยังคงมีงานทำแต่ไม่ใช่ในแวดวงของการค้าระหว่างประเทศ ไปทำงานด้านอื่นที่ไม่ต้องใช้ภาษาอังกฤษก็มีชีวิตและหน้าที่การงานพอเลี้ยงชีพได้อย่างดี ไม่ถึงกับดีมากจนน่าประทับใจ คนที่การงานดีเริ่มตั้งกิจการของตนเองทางด้านบริการขนส่งสินค้าจนเอากิจการเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ ทำให้รุ่นเดียวกันและรุ่นน้องได้พลอยมีงานทำไปด้วยมีจำนวนน้อย แต่พวกนี้พูดภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่ว รู้วิธีการติดต่อสัมผัสกับชาติต่าง ๆ พูดภาษาอังกฤษทั้งในเอเชีย ยุโรป และอเมริกาได้ดีมาก อาจารย์แก่อย่างฉันมองดูความสำเร็จด้วยความชื่นชมยินดีและภาคภูมิใจและอดไม่ได้จะต้องเติมประโยคข้างท้ายทุกครั้งที่เจอว่าฝากดูแลช่วยเหลืออนุเคราะห์รุ่นน้อง ๆ ด้วยนะ!!

อย่านะ อย่าเสียใจ หรืออย่าแม้แต่จะคิดว่า “ถ้าประเทศไทยเป็นเมืองขึ้นทางอังกฤษหรือฝรั่งเศสบ้างในสมัยรัชกาลที่ 5 ปานนี้คนไทยคงพูดภาษาอังกฤษกันได้แล้ว” เหมือนที่บางคนที่คิดง่าย ๆ สั้น ๆ ตื้น ๆ คิดเพราะหลายประเทศที่เคยถูกอังกฤษ ฝรั่งเศส หรืออเมริกาครอบครอง คนของเขาพูดภาษาอังกฤษไม่ดีเลยก็มีเยอะ เช่น ญี่ปุ่น

อีกตัวอย่างชัดเจนคือประเทศจีนที่ตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษมาก่อน ก็ไม่เห็นคนจีนพูดภาษาอังกฤษได้ดี

แต่กลับมีอีกหลาย ๆ ประเทศที่พูดภาษาอังกฤษได้ดีมากทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเป็นเมืองขึ้นอังกฤษ เช่น ประเทศในแถบสแกนดิเนเวีย หรือประเทศในแถบยุโรปเหนืออื่น ๆ เช่น เยอรมัน เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม คนแถบนั้นพูดกัน 4-5 ภาษาคล่องทีเดียว

คนไทยคือชาติยิ่งใหญ่ในภูมิภาคนี้มาก่อน เลยสบาย ๆ ไม่ต้องพูดภาษาของใคร ใครอยากมาติดต่อกับไทยต้องหัดพูดภาษาไทย ชัดเจนคือตอนนี้คนพม่าจะเข้ามาทำงานดี ๆ ในประเทศไทยต้องพูดภาษาไทยได้ ยิ่งชัด ขนาดอ่านออกเขียนได้จะได้งานดีเงินดี คนไทยรักสบายเลยไม่ต้องไปฝืนเรียนภาษาอื่น ๆ พูดแต่ภาษาไทยก็พอมีพอกินอยู่ได้สบายมาก หลาย ๆ คนเรียนจนจบได้ปริญญาตรีหรือแม้แต่โท ยิ่งกว่านั้นบางคนได้ปริญญาเอกทีเดียว ถ้าไม่ใช่หลักสูตรภาษาอังกฤษ หรือหลักสูตรนานาชาติหรือเรียนเอกอังกฤษก็พูดภาษาอังกฤษไม่คล่องแคล่ว พูดได้น้อยกว่ามาตรฐาน

ความจริงคนไทยอยู่เมืองไทย พูดภาษาไทยได้ก็ไม่อดตาย แต่การใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ ในปัจจุบัน จะทำให้เห็นชัดเจนว่าจะมีชีวิตหน้าที่การงานที่ดี มีความสุขความเจริญก้าวหน้าออกไปในแถวหน้า ๆ ของคนรุ่นเดียวกันในโลกนี้ หรือแม้แต่ในอาเซียน หรืออย่างชัดเจนที่สุดคือ ในหมู่คนไทยด้วยกันรุ่นเดียวกันคงยาก

ไทยแลนด์ 4.0 และโลกในสังคมปัจจุบันเดินหน้าไปเร็วมาก วิ่งตามกันแทบไม่ทัน กะพริบตาเท่านั้นโลกเปลี่ยนไปอีกแล้ว และถ้าอ่านหรือใช้ภาษาอังกฤษได้ไม่ดีก็ตามโลกไม่ทันแน่นอน ดูตัวอย่างง่าย ๆ แอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ในโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นอาวุธคู่กายคู่ใจแนบหูติดตาก็ทุก ๆ คนในสังคมปัจจุบันเป็นภาษาอังกฤษแทบทั้งนั้น จะดูตำรา จะดูคำอธิบายให้ความรู้ ให้ข้อมูลอะไรที่ทั้งกว้างขวาง ทั้งลึกซึ้ง (แม้ว่าจะมีความผิดพลาดบ้าง) จากกูเกิ้ลก็เป็นภาษาอังกฤษไปเกือบทั้งหมดแล้ว จะมาหวังว่าใครจะมาช่วยแปลอังกฤษเป็นไทยให้ทุกเรื่องทุกความรู้ ทุกข้อมูล ไม่ทันกิน ไม่ทันการณ์แน่นอน ต้องอ่านออก ต้องเข้าใจจึงจะทันสมัย ทันโลกยุคนี้ ก้าวช้ากว่าคนอื่น คือการก้าวถอยหลัง เพราะทุกคนเขาวิ่งไปข้างหน้า

จะอายุเท่าไรไม่มีคำว่าช้าไปสำหรับในการเรียนภาษาอังกฤษ สนับสนุนให้ลูกหลานอ่านฟังภาษาอังกฤษมาก ๆ และตัวเองก็ต้องอ่านฟังภาษาอังกฤษไปกับลูกหลานด้วย

หลาย ๆ คนใช้วิธีการง่าย ๆ และไม่แพง คือฟังข่าวฟังเพลงภาษาอังกฤษ ซึ่งมีอยู่มากมาย ดูภาพยนตร์ดูการ์ตูนภาษาอังกฤษซึ่งหาดูได้ง่ายมากราคาถูก ๆ โทรทัศน์เปิดแต่รายการที่พูดเป็นภาษาอังกฤษ ฟังตอนแรกไม่ค่อยเข้าใจก็ยอมให้อ่านคำแปลภาษาไทยข้างล่างแล้วเริ่มเลิกอ่านภาษาไทยที่แปล หัดตั้งใจฟังแต่ภาษาอังกฤษจริง ๆ

บังคับให้ตัวเองและลูกหลานพูดภาษาอังกฤษกันเรื่องทั่ว ๆ ไป ศัพท์ง่าย ๆ เช่น ดื่มนมให้หมดแก้ว แปรงฟันให้สะอาด ไปนอนได้แล้ว รีบมากินอาหาร จะไปโรงเรียนสายไม่ได้นะ กระเป๋าอยู่ไหน กินข้าวให้หมดจาน

เริ่มจากประโยคง่าย ๆ สั้น ๆ ไม่ต้องกลัวว่าจะผิดหลักไวยากรณ์หรือสำเนียงไม่เพราะ ไม่ถูกต้อง ไม่ต้องอาย ไม่ต้องกลัวใครหัวเราะเยาะ หรือใครเขาจะรำคาญหมั่นไส้ ช่างเขา เราพูดกับลูกกับหลานของเราไปเรื่อย ๆ

ฉันเองพูดภาษาอังกฤษกับหลานทั้ง ๆ ที่ทั้งพ่อและคุณตาของหลานพูดภาษาอังกฤษได้ดีกว่าฉันมากแต่ไม่ยอมพูดกับหลาน เวลาฉันพูดกับหลานก็จะรำคาญแต่ไม่กล้าขัดคอ เพราะฉันและลูกสาวรวมพลังสอนภาษาอังกฤษแบบธรรมชาติ คือพูดไปเรื่อย ๆ จนหลานโต้ตอบเป็นภาษาอังกฤษได้บ้างแล้ว โดยเฉพาะคำว่า No!! หวังว่าต่อไปจะไม่พูดเป็นประโยคได้ว่า “No, I don’t want to speak English”

ได้ยินมาว่าบางครอบครัวแม่พูดภาษาไทยแต่พ่อจะพูดภาษาอังกฤษ ถ้าต้องการพูดกับพ่อต้องพูดภาษาอังกฤษ ตอนนี้เด็กพูดได้ทั้ง 2 ภาษาอย่างเป็นธรรมชาติมาก บางคนยายเป็นจีนเลยได้อีก 1 ภาษา คือภาษาจีน ถ้าจะขอเงินต้องขอจากยาย และต้องพูดแต่ภาษาจีนเท่านั้น เด็กเลยได้ 3 ภาษาไปอย่างเป็นธรรมชาติ

  • คอลัมน์ เรื่องเล่าจากสาวย้อนยุค ฉบับที่ 1101 พฤศจิกายน 2560

อ่านบทความย้อนหลัง
<




473/1-4 ซอยประชาสงเคราะห์ 2 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2641-7941-50 แฟกซ์ 0-2248-5819 อีเมล: info@kwanruen.com
Copyright © 2011-2014 Kwanruen Magazine. All right reserved.