ลงจากเครื่องฯปุ๊บ ต่อรถบัส เอาข้าวของเข้าไปโยนไว้ในที่พัก ล้างหน้านิดหน่อย จากนั้นก็แจ้นไปย่านฮงแด ตามหาร้านกาแฟคอฟฟี่ปรินซ์กันในทันที (ไม่ค่อยอินกับซีรีย์กันเท่าไหร่เลยนะสาวๆ) ในแก๊งไม่มีใครทราบที่หมายกันอย่างชัดเจน ฝากความหวังไว้ที่แผนที่ในมือเท่านั้น…จากฟ้าครึ้ม ๆ ตามด้วยฝนตกปรอยๆ จนกระทั่งฝนลงซู่ใหญ่ เราก็ยังหาร้านนี้ไม่เจอ…แผนที่ช่วยได้(น้อย)ม้าก เพราะสเกลต่าง ๆ และทิศทางที่บอกนั้นไม่เหมือนของจริงเอาซะเลย แต่แล้วฟ้าก็ส่งสองสาวนักศึกษาศิลปะมาช่วยแก๊งกระเหรี่ยงได้ทันเวลา หลังจากใช้ภาษามือสื่อสารกัน เธอก็พาเราเดิน เดิน เดิน และเดิน (โอ้…ประเทศนี้ทางลาดชันม้ากค่ะ)เดินจนหอบแฮ่ก และเราเิริ่มไม่แน่ใจว่าเข้าใจกันถูกต้องหรือเปล่าหว่า…พยายามถามเธออีกครั้ง(ระหว่างเิดิน)ว่าร้านที่อยู่ในซีรีย์นะคะ…ไม่หนำใจ เอ่ยชื่อ ยุนอึนเฮ นางเอกของเรื่องโยนใส่ไปซ้ำ เธอหยุดเดินแล้วหันมาพูดชื่อ กงยู พระเอกของเรื่อง จากนั้นสาวไทยและสาวเกาหลีก็กรี๊ด ๆ ใส่กันอย่างไร้เหตุผล…แต่เป็นอันว่าเข้าใจถูกต้อง และหลังจากผ่านไปเกือบ 30 นาทีเราก็เจอร้านจนได้ ไม่สวยโรแมนติกเท่าในเรื่องเลยแฮะ ออกโทรมหน่อย ๆ ด้วย แขกคงเยอะไปมั้งคะ แต่ผนังดอกไม้ยังดึงดูดใจได้อยู่ แม้จะมีกระดาษตัดเป็นรูปดอกไม้มาแปะทับไว้ (คาดว่าคงกันรูปลบเลือน)…คนเยอะจนหาที่นั่งแทบไม่ได้ มีทั้งเหล่าแฟนคลับซีรีย์ และลูกค้าปกติ…สั่งกาแฟมาลองตามระเบียบ รสชาติพอได้ค่ะ แต่แพงเหลือหลาย…ถึงอย่างนั้นก็เป็นกาแฟแก้วแรกในเกาหลีที่ประทับใจไม่ใช่เล่น
ถึงร้านแ้ล้วจ้า


บรรยากาศภายในร้าน
สั่งมาหน้าตาอย่างนี้แหละ แก้วเพ้นท์เป็นรูปร้านด้วยนะคะ
หนุ่มคอฟฟี่ปรินซ์ตัวจริง น้องคนนี้หน้าตาเจิดที่สุดในร้านเลยค่ะ
นี่ล่ะกาแฟแก้วแรกของเรา สั่งเป็นลาเต้ค่ะถ้าจำไม่ผิด 7,500 วอน
สุพรรณบุรีมาเยือนซะด้วย…ตลกดี

ขอบคุณน้องนักศึกษา(ม.ฮงอิก)มากเลยเจ้า…


ไม่ว่าจะอยู่ในชุดไหนก็ต้องสวมรองเท้าส้นสูงค่ะ สำหรับสาวเกาหลี ที่สำคัญรูปทรงแบบนี้กำลังฮิตเลย
หมวกขาดไม่ได้ค่ะ นอกจากแก๊ปที่ฮิตตลอดแล้ว ทรงแบบนี้ก็ฮิตมาก

จั๊มสูทสวมสบายอย่างนี้ก็ฮิตด้วย
สาวหน้ามหาวิทยาลัย

ถึงโรงเรียนแรกฝนก็ยังตกไม่หยุด (มาล่าเป็นชั่วโมง) สวัสดีคุณครู ชาวบ้าน และน้อง ๆ พร้อมขอโทษขอโพยกันตัวลีบ แต่สิ่งที่ได้รับมากลับเป็นรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะถูกอกถูกใจ แถมบอกกับพวกเราว่าดีใจจริง ๆ ที่วันนี้ฝนตก พวกเราเอาฝนมาให้ด้วย โชคดีจริง ๆ…มาถึงบางอ้อ เมื่อได้รับคำอธิบายว่าเมื่อวานแดดยังจ้าอยู่เลย วันนี้ชุ่มฉ่ำ ได้ทำนากันซะที…คือนอกจากเราจะนำข้าวของไปให้กับน้อง ๆ พร้อมความปราถนาดีแล้ว ยังนำฝนมาด้วย ฉะนั้นนี่จึงเป็นวันแรกที่ชาวบ้านได้ลงมือดำนากัน…โดยเฉพาะที่ร้อยเอ็ด หมู่บ้านที่น้ำเค็มตลอดปี ไม่สามารถปลูกอะไรได้จนกว่าจะหน้าฝน…ฝนตกจึงเป็นเรื่องดี ๆ ของชาวบ้านมาก…ฉะนั้นตัวนำฝนอย่างพวกเราจึงยิ้มแป้นกันไปตามระเบียบ…หมู่บ้านไหนขาดฝน เชิญตัวนางแมว เอ้ย พวกเราด่วน
นอกจากลิปสติก และของจุกจิกส่วนตัวที่มีอยู่ในกระเป๋า ตอนนี้ gadget อีกอย่างที่สาว ๆ ขวัญเรือนพกใส่กระเป๋า ใส่เป้กัน ไม่มีใคร…ไม่มี นั่นคือ ผ้าคาดปาก แต่ละคนก็มีแบบ มีสีตามสไตล์ ตามความชอบ
เอามาฝากให้ดูกันว่าเราสาว ๆ ชาวขวัญเรือนก็ร่วมด้วยช่วยกัน ใช้ผ้าคาดปาก ล้างมือ เพื่อช่วยกันลดความเสี่ยงหวัดใหญ่ 2009 ยิ่งถ้าต้องออกไปยังที่ ๆ มีผู้คนพลุกพล่าน อย่าลืมสวมผ้าคาดปากก่อนออกไปด้วยเนอะ
ไม่ใช่เรื่องที่เห็นใครใส่ผ้าคาดปากแล้วจะขำ…ขำ จะไม่ขำเลยหากมีโอกาสเสี่ยงขึ้นมา ถ้าเราไม่ช่วยกันระแวดระวังป้องกันไว้ก่อน เริ่มที่ตัวเรานี่แหละ…
เมื่อต้องออกไปยังสถานที่ ๆ มีผู้คนมาก อย่าลืมที่จะใส่ผ้าคาดปาก อย่าอาย อย่ารำคาญ อย่าคิดว่ายังไม่จำเป็น - -
มาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งช่วยกันหยุดยั้งตัดตอนการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 นี้ด้วยกัน มาร่วมกันป้องกันไว้ก่อน ช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้ บ้านเมืองเราจะได้ปลอดโรคกันไวไวค่า
บ่อย ๆ ด้วยนะเคอะ
ช่วย…ช่วยกันนะเคอะ หลินปิง…ขอ