เก็บมาเล่า 1 #

นิยายจีนกำลังภายในส่วนใหญ่ที่ผมเคยอ่าน มีตัวละครที่เป็นตัวร้ายฝีมือสูงส่ง

ทำเรื่องชั่วทุกอย่าง แย่งสุดยอดคัมภีร์แห่งยุทธจักร

เพื่อจะได้เป็นจอมยุทธอันดับหนึ่งแห่งบู๊ลิ้ม

เมื่อได้คัมภีร์มาก็ฝึกฝนอย่างหนักหน่วง จนกลายเป็นยอดฝีมือฝ่ายอธรรม

ฝีมือร้ายกาจจนในช่วงต้นพระเอกมักต่อกรด้วยมิได้

คิด ๆ ดูก็น่าขำ คนร้ายในนิยายช่างขยันขันแข็งเสียนี่กระไร ไม่ท้อถอย

ฝีกฝนลมปรานวิชามารทุกวี่ทุกวัน ไม่ค่อยเห็นคนเลวที่ขี้เกียจ ตื่นสาย อู้การฝึกวิชา

พูดง่าย ๆ คือนิสัยไม่น่าคบ พฤติกรรมอาจชั่วร้าย แต่เรื่องความขยันหมั่นเีพียรไม่เป็นรองใคร !

มองในอีกมุมหนึ่งคือ แม้แต่คิดจะชั่ว ก็ยังต้องขยัน ยิ่งคิดจะชั่วมาก ก็ยิ่งต้อง”ขยัน”มาก

ในนวนิยายเรื่อง อุ้ยเซี่ยวป้อ ของกิมย้ง พระเอกเป็นคนขี้เกียจมาก ไม่ชอบฝึกวิชาการต่อสู้

อาจารย์คนหนึ่งของเขาจึงสอนวิชา “หนี” ให้เขา หลักวิชานี้คือ ไม่ว่าคนที่จะมาทำร้าย

มีฝีมือเก่งแค่ไหน ผู้ฝึกวิชาจะหนีพ้นได้เสมอ อย่างไรก็ตาม

พระเอกซึ่งเป็นคนขี้เกียจก็ยังต้อง”ฝึกฝน”วิชานั้น

ผู้คนในโลกของความจริงไม่ค่อยขยันเช่นนั้น

โดยเฉพาะในโลกที่ “ความสำเร็จของชีวิต” แปลว่า “ความสบาย”

แต่ความสบายกับความขี้เกียจเป็นคนละเรื่องกัน

หลายคนอยากสบายโดยไม่ต้องทำอะไรเลย

ทำงานชิ้นสองชิ้นก็บ่นว่าเหนื่อย

ทำงานเกินเวลาสักนาที ก็บอกว่าชีวิตไม่ยุติธรรม

ทำงานในสายที่ไม่เคยลอง ก็บ่นว่าอยากลาออก

กลายเป็นวัฒนธรรมขี้บ่นที่ระบาดไปทั่วทุกมุมโลก

ค่านิยมในโลกปัจจุบันคือ ทำงานน้อยได้เงินมาก

ได้กำไรเร็ว จัดเป็นหลักการตลาดชั้นเลิศ

ลงทุนลงแรงต่ำ ได้รับค่าตอบแทนสูง

ลงทุนวันนี้ ได้กำไรพรุ่งนี้ ถือว่าเก่ง

ลงทุนเช้า ได้เงินบ่าย ถือว่าเยี่ยม

การตีเหล็กให้เป็นเครื่องมือใช้แต่ละชิ้น ต้องใช้ความร้อนสูงจัด

ผ่านการตีจนเป็นรูปเป็นร่างที่ต้องการ แล้วจึงปล่อยให้เย็นตัวลง

กลายเป็นสิ่งของเครื่องใช้ที่มีค่า

ความสบายที่ได้จากความลำบากนั้น

จึงมีคุณค่ากว่าความสบายที่เดินทางมาถึงมือง่าย ๆ

วิลเลียม เจมส์ นักปรัชญาผู้ยิ่งใหญ่แห่งอเมริกาในรอยต่อศตวรรษที่ 19-20

บอกว่า มนุษย์ส่วนใหญ่ถูกโปรแกรมให้รู้สึกเหนื่อยเมื่อถึงเวลาเหนื่อย

มนุษย์เราใช้พลังน้อยกว่าที่ีมีอยู่จริง เขาบอกว่า

หากคุณผลักความเหนื่อยออกไปอีกสักนิด คุณจะได้งานมากกว่าเดิมอย่างไม่น่าเชื่อ

แน่ละ ความหมายของวิลเลียม เจมส์ มิใช่ต้องการให้คนทำงานจนตายคาที่

แต่ให้ลองทดสอบดูว่า บางครั้งการยอมแพ้เกิดจากใจไม่สู้ ไม่ใช่กายไม่พร้อม

เราคงไม่ต้องขยันจนถึงขนาดต้องเข้าโรงพยาบาล

ซึ่งอาจมากเกินความพอดี แต่คำถามคือแค่ไหนคือความพอดี

เท่าไหร่คือความเหมาะสม

บางคนทำงานได้มากมายกว่าจะเหนื่อย

บางคนทำนิดเดียวก็ “รู้สึก” เหนื่อยแล้ว

บางคนไม่ทำอะไรเลย ก็ยังเหนื่อย

ผมไม่เคยเห็นใครที่ขยันแล้วชีวิตฉิบหาย ตรงกันข้าม

คนที่ชีวิตพังทลายส่วนใหญ่มาจากความขี้เกียจ ความเขล และความโลภ

ไม่มีอะไรได้มาโดยไม่ต้องลงแรง

ถึงจะเอนกายนอนพัก ก็ยังต้องออกแรงเขยื้อนกาย

ถึงจะเดินถอยหลัง ก็ยังต้องออกแรง

จะยกธงขาวยอมแพ้ ก็ยังต้องออกแรงยกธง

ขอบคุณเรื่องดี ๆ :

จาก ถึงจะเดินถอยหลังก็ยังต้องออกแรง หนังสือ อาทิตย์ขึ้นทางตะวันตก ของ วินทร์ เลียววาริณ

เมื่อวานนี้ได้มีโอกาสได้ไปสัมภาษณ์คุณหมออู๋ ดร.ด้านโภชนาการ และการรักษาด้วยวิธีธรรมชาติจากสหรัฐอเมริกา เดิมคุณหมอเป็นหมอทางด้านช่องอก เมื่อ 30 ปีก่อนคุณหมอป่วยเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย แพทย์แผนปัจจุบันให้เวลาคุณหมอไม่กี่เดือน เมื่อรักษาด้วยแพทย์ปัจจุบันไม่หาย คุณหมอจึงหันหาวิถีทางธรรมชาติ และไม่น่าเชื่อ 9 เดือนผ่านไปผลการตรวจร่างกายเป็นปกติ ไม่มีเซลล์มะเร็งหลงเหลืออยู่เลย! จากนั้นคุณหมอจึงหันมาศึกษาการแพทย์แนวธรรมชาติอย่างจริงจัง จนได้ปริญญาดุษฏีบัณฑิตหลายใบ กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญตัวจริงทางด้านนี้ คุณหมอโด่งดังมาก ๆ ได้รับเชิญให้ไปบรรยายทั่วโลก คุณหมอออกหนังสือการดูแลตัวเองด้วยธรรมชาติจากประสบการณ์ตรงของตัวเอง(มีสูตรน้ำ สูตรอาหารของคุณหมอด้วย)มาเป็นภาษาจีน วางจำหน่ายที่ประเทศไต้หวัน กลายเป็นปรากฏการณ์ฮือฮา ชาวไต้หวันหันมาสนใจวิถีธรรมชาติกันอย่างคึกคัก(ประมาณคุณหมอสาทิศบ้านเราน่ะค่ะ)
…แค่ประวัติคร่าว ๆ ของคุณหมอเราก็อยากเจอตัวเป็น ๆ แล้วล่ะค่ะ และขอบอกว่าเมื่อได้จับมือเช็กแฮนด์กันจริง ๆ แล้วยิ่งทึ่งในตัวคุณหมอค่ะ…คุณหมอหน้าเด้งม้าก ๆ ๆ ผิวใสอมชมพู ตึงเป๊ะ ทั้งที่อายุ 70 กว่าแล้ว เพราะฉะนั้นนอกจากสอบถามข้อมูลการดูแลตัวเองในแบบของคุณหมอแล้ว พลาดไม่ได้ที่จะต้องถามถึงเคล็ดลับความหน้าใสที่คุณหมอยังบอกเองว่าใคร ๆ ก็นึกว่าอายุน้อยกว่านี้ 20 ปี(แหม…สาวไหนจะอดใจได้ล่ะ)คำตอบคร่าว ๆ ก็คือการรับประทานอาหารที่เน้นผักมากถึง 60 เปอร์เซนต์, รับประทานไฟเบอร์แบบชงผสมน้ำ, ดื่มน้ำเปล่าผสมเกลือทะเลตอนตื่นนอน 2 แก้วแบบจิบช้า ๆ , การขับถ่ายวันละ 3 ครั้ง ฯลฯ ที่สำคัญเมื่อเราแนะนำตัวว่ามาจากแม็กกาซีนผู้หญิงคุณหมอก็เอ่ยปากถามเราว่าผู้หญิงกลัวมะเร็งอะไรมากที่สุด…สาวอื่นจะว่าอย่างไรไม่รู้แต่ตอบแทนไปแล้วว่ามะเร็งเต้านมค่ะ ฉะนั้นคุณหมอจึงบอกวิธีดูแลตัวเองไม่ให้เป็นมะเร็งเต้านมอย่างละเอียดมาด้วย(บางข้อนี่คิดไม่ถึงจริง ๆ น้า)…ใครอยากรู้อย่าลืมติดตามบทสัมภาษณ์คุณหมอโดยละเอียดในขวัญเรือนนะคะ…รับรองได้ทั้งข้อมูลมาดูแลตัวเอง และได้เคล็ดลับเพิ่มความงามตามธรรมชาติเพียบค่ะ

doc21.jpg
เห็นหน้าเด้ง ๆ ของคุณหมอไหมคะ คุณหมอเซ็นหนังสือให้ด้วยว่า Stay Healthy!

เขียนโดย nuda @ 6:24 pm
Shelved under Uncategorized

b11.JPG

หนังสือเล่มนี้พวกเราชาวขวัญเรือนมีกันคนละเล่ม เป็นอภินันทนาการจากป้าน้อยหรือคุณพนิดา ชอบวณิชชา บรรณาธิการของเราเอง จำได้ตอนก่อนงานเลี้ยงครบรอบขวัญเรือน 40 ปี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ มีหนังสือเล่มนี้ส่งมาถึงออฟฟิศเรา แค่เห็นก็ตื่นเต้นแล้ว รีบเปิดดูกันใหญ่ แต่ตอนนั้นยังไม่ได้ครอบครอง เพราะต้องเอาไปแจกแขกเหรื่อในงานก่อน จนเมื่องานเสร็จสิ้นแหละ พวกเราถึงได้รับหนังสือเล่มนี้ฉบับปกแข็ง ที่จัดทำแบบ limited ถูกจัดไว้เป็นหนังสือหายากในบัดดล
พอได้หนังสือมาเราก็เข้าคิวให้ป้าน้อยเซ็นเป็นที่ระลึก โดยแต่ละคนจะเขียนชื่อใส่กระดาษแล้วสอดไว้ที่หนังสือเอาไปให้ป้าน้อยทำการบ้านเป็นกองใหญ่
แต่ละคนป้าน้อยจะเขียนให้ไม่เหมือนกันค่ะ อย่างฉันป้าน้อยเซ็นให้ว่า

b2.JPG
และเพราะมีโอกาสไปสัมภาษณ์พี่โหน่ง-วงศ์ทนง กับ คุณบิ๊ก-ภูมิชาย แห่งอะบุ๊ค ที่อาสามาทำหนังสือเล่มนี้ให้
ฉันเลยขอลายเซ็นสองหนุ่มนี้มาประดับหนังสือด้วย

b3.JPG
พอได้อ่านหนังสือเล่มนี้ บวกกับได้คุยกับพี่โหน่งและคุณบิ๊ก ฉันรู้สึกว่าตัวเองโชคดีจังที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานในขวัญเรือน
เพราะไม่ง่ายเลยที่นิตยสารเล่มหนึ่งจะเดินทางมาได้ถึง 40 ปี อย่างสง่าผ่าเผยและเป็นขวัญใจของคนทุกครัวเรือน
ใครยังไม่มี หาซื้อได้นะจ๊ะที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ บู๊ธขวัญเรือนและบู๊ธอะเดย์

เขียนโดย KwanruenTeam @ 3:53 pm
Shelved under Uncategorized

ในโอกาสครบรอบ 40 ปี และก้าวสู่ปีที่ 41 ของนิตยสารขวัญเรือน เราก็ได้จัดให้มีงานฉลองครั้งใหญ่ไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ ค่ะ

เป็นงานใหญ่ชนิดที่ได้เห็นคนดังจากหลากหลายวงการมารวมตัวกันในงานเดียว ไม่ว่าจะแวดวงวรรณกรรม วงการบันเทิง วงการแฟชั่น วงการเอเจนซี่ เหล่าเซเลบริตี้ ฯลฯ เรียกว่าเยอะแยะมากมายจริง ๆ ค่ะ…ไม่เชื่อก็ลองดูภาพบรรยากาศที่เรารวบรวมมาให้ชมกันอีกครั้งสิคะ

ภาพชุดที่ 1

ภาพชุดที่ 2

ภาพชุดที่ 3

ขอขอบคุณทุกท่านที่เดินร่วมทางไปกับขวัญเรือนทั้งในวันวาน วันนี้ และวันข้างหน้า อีกครั้งค่ะ

เขียนโดย nanong @ 1:36 pm
Shelved under Uncategorized

เมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา หากใครมีโอกาสผ่านไปมาในซอยสุทธิพร 2 อาจจะตกใจ เกิดอะไรขึ้น ทำไมมีเสียงไซเรน และบรรดาพนักงานพากันกรูออกจากออฟฟิศเดินไปยังปากซอย จริง ๆ แล้วเป็นการซ้อมหนีไฟของบริษัทเราน่ะเอง งานนี้เริ่มกันตั้งแต่เช้าเข้าฟังอบรม ตั้งแต่การเกิดขึ้นของไฟ, วิธีใช้อุปกรณ์ดับไฟ, ทำอย่างไรเมื่อเกิดไฟไหม้และติดอยู่ในอาคาร, การช่วยเหลือผู้ที่ได้รับอุบัติเหตุจากไฟไหม้ ฯลฯ

ดู(สี)หน้าคนถูกอุ้ม

เร็ว…เร็ว…วิ่งลงบันไดหนีไฟ

เดินคุยกันสบายใจ เอ่อ…หนีไฟไ่ม่ใช่เหรอ !!

หลายอย่างที่เป็นความรู้ โดยที่เมื่อก่อนเราก็ไม่เคยรู้จะรู้ก็แค่เพียงหากเกิดเหตุก็ใช้น้ำดับ หรือไม่ก็วิ่งหนี แต่การได้อบรมทำให้เรา ๆ ได้ความรู้อะไรตั้งมากมายแน่ะ

หลังจากฟังเรื่องราวมาครึ่งเช้า ภาคบ่ายก็ได้เวลาปฏิบัติ

พนักงานมีโอกาสได้ดับไฟจริง ได้ปฏิบัติจริงกรณีแก๊สหุงต้มในบ้านรั่ว หรือมีเปลวไฟ

จะต้องทำยังไ พี่ ๆ น้อง ๆ ชาวเราได้ลงมือดับไฟ ดับแก๊สกันจริง ๆ

ร้อน…ร้อน
ดับได้ สบายมากค่า

หลายคนตกใจ หลายคนกล้า ๆ กลัว ๆ เมื่อเห็นไฟลาม ไฟลุก แต่หลังจากได้รับการอบรมและปฏิบัติจริงก็ทำให้เรารู้ว่าจริง ๆ แล้วถ้าตั้งสติและปฏิบัติ

ตามขั้นตอนที่ได้รับการอบรม ก็จะไม่ใช่เรื่องยากหรือน่ากลัว(กว่าที่เราคิด)เลย

แต่อย่า(ริ)เล่นกับไฟ ถ้าไม่ได้ผ่านการอบรม มันอันตราย

++++++++++++++++++++++++++++++++++

** เมื่อพบไฟไหม้ให้นำถังดับเพลิงไปดับยังที่เกิดเหตุ ดึงสลักนิรภัยเฉพาะจะใช้งานเท่านั้น

** เมื่อเกิดไฟไหม้ ควันพิษคาร์บอนมอนออกไซดจะลอยขึ้นสูงไปบนฝ้าเพดาน อากาศดีจะอยู่ด้านล่าง เพื่อเลี่ยงความร้อนและควันให้คลานหมอบต่ำกับพื้นออกจากที่เกิดเหตุ

** ใช้ผ้าปิดปาก กรณีไม่มีผ้า เสื้อชั้นในของสุภาพสตรีใช้เป็นอุปกรณ์(อย่างดี)ครอบปิดจมูก ปิดปากได้

** กรณีไฟในห้องดับให้ค่อย ๆ เดิน โดยทิ้งน้ำหนักไว้กับเท้าที่ถนัดด้านหลัง ใช้เท้าอีกข้างก้าวไป

ข้างหน้า เดินแกว่งลักษณะหาของกีดขวาง เพื่อป้องกันการเดินชน
** ยกมือเหนือศรีษะเล็กน้อยขณะเดินให้ทำมือลักษณะปัดไปมาบนศรีษะ เื่พื่อป้องกันอุบัติเหตุศรีษะชนสิ่งกีดขวางด้านบน

** กรณีหนีจากห้องที่มีควััน ให้หนีไปทิศทางตรงกันข้ามกับควัน ถ้าหลงอยู่ในห้องที่มืด(เมื่อเกิดไฟไหม้ จะมีการตัดไฟฟ้า)

ให้เคลื่อนที่เลียบไปกับผนังห้อง เิดินไปทางใดทางหนึ่ง อย่าเดินกลับไปกลับมา

เพราะห้องส่วนใหญ่เป็นสี่เหลี่ยม เดินเลียบไปทางใดทางหนึ่งเืพื่อหาประตูออก

** ในขณะที่เิดินเลียบผนังให้ใช้หลังมือแตะ ๆ ๆ ไป อย่าใ้ช้ฝ่ามือ ป้องกันไฟช็อต

** กรณีเป็นแก๊สหุงต้มหากมีกลิ่น หรือมีเปลวไฟเกิดขึ้น อย่าตกใจ แค่เดินไปปิดวาล์ว… !!

หากมีเปลวไฟอยู่ปลายสาย ก็จับปลายสายแล้วใช้หัวแม่มืออุด เปลวไฟจะดับ และปิดวาล์ว

** หากไฟลุกขณะปรุงอาหารในกะทะ(แบบใช้น้ำมัน) ห้าม..ห้ามเด็ดขาด ใช้น้ำราดไฟที่ลุกท่วม เพราะจะยิ่งไปเร่งให้เกิดเปลวเพลิงมากขึ้น ให้ใช้ผ้าชุบน้ำแล้วคลุมลงไปแทน

อ้อ…สิ่งที่ควรมีพกไว้ในกระเป๋า คือ ไฟฉายขนาดเล็ก และถุงพลาสติกขนาดครอบศรีษะได้(โดยที่ยังมีพื้นที่เหลือ) กรณีเกิดไฟไหม้ และมีควันไฟ

ให้ใ้ช้ถุงพลาสติกตักอากาศ(ถุงจะพองขึ้น) จับปากถุงให้ดี แล้วครอบลงบนศรีษะ หายใจโดยใช้อากาศในถุงแล้วรีบออกจากที่เกิดเหตุ

** เบอร์โทรศูนย์แจ้งเหตุเพลิงไหม้ กด…….199

เบอร์โทรแจ้งเหตุฉุกเฉิน กด….199 กด 2

อะไรก็ตาม เหตุแบบนี้ไม่เกิดขึ้นก็ดี

แต่หากบังเอิญเกิดขึ้น สติมา -ปัญญามี - ป้องกันภัย - ให้ความช่วยเหลือกัน - หนีทัน ปลอดภัยจ้า

บ๊าย…บาย

เขียนโดย trendy gal @ 10:18 am
Shelved under Uncategorized

เพราะพวกเราทุกคนล้วนเคยเป็นเด็กมาก่อน…ทุกวันนี้ชาวขวัญเรือนหลาย ๆ คน ก็ยังชอบเล่นตุ๊กตากันอยู่เลยค่ะ อย่างตุ๊กตาบลายธ์ที่กำลังมาแรงอยู่ตอนนี้ มีหรือที่ชาวขวัญเรือน (บางคน) จะพลาดเป็นเจ้าของ

blythekr.jpg

            ด้วยความที่ตุ๊กตาบลายธ์กำลังดังและเป็นตุ๊กตาไฮโซ เวลาเธอมาทำงานที่ขวัญเรือนทีไร (รับจ๊อบเป็นนางแบบให้นิตยสารงานฝีมือด้วยนะ) ก็จะมีฝูงชนมาขอชมตัวเป็น ๆ กันใหญ่…เรียกว่างานนี้แม่บลายธ์ทำเอาตุ๊กตาเก่า ๆ บางตัวกอดคอกันตกกระป๋องไปเลย

old-dolls.jpg

 

และแม้ว่าหลายคนจะรักบลายธ์ อยากเล่นบลายธ์ แต่ก็ต้องยอมรับความจริงที่ว่า เรานั้นอาจจะเล่นได้แค่…

 

25b_doll.jpg

 ตุ๊กตาตัวน้อย (25 บาท)

 

 plastic-doll.jpg

  ตุ๊กตาพลาสติก (10 บาท)

 

 paper-doll.jpg

ตุ๊กตากระดาษ (4 บาท)

 

 

            ส่วนบลายธ์นั้น ไม่ต้องลงทุนซื้อเอง แต่ไปแอบเล่นของคนอื่น (เวลาเค้าเผลอ) ก็ได้ …สนุกจังแถมไม่เสียตังค์สักบาท ฮิฮิ

เขียนโดย nanong @ 10:07 am
Shelved under Uncategorized

กลายเป็นธรรมเนียมของทุก ๆ ปี ในช่วงประมาณเดือนที่ 2 ของปีใหม่ พลพรรคชาวศรีสยามการพิมพ์ นำทีมโดยขวัญเรือน จะต้องมีกิจกรรม สอยดาว ช่วยน้อง โดยนำเงินรายได้ทั้งหมดเข้ากองทุนขวัญเรือน เพื่อนำไปมอบให้กับโรงเรียนและน้อง ๆ ที่ขาดแคลน ปีนี้จัดเป็นปีที่ 8 แล้วค่ะ ในแต่ละปีถึงแม้จะเป็นเงินไม่มาก แต่ทุกคนไม่ว่าจะเป็นน้อง ๆ พี่ ๆ จากโรงพิมพ์ งานฝีมือ แฟชั่นรีวิว ไอสปาย โลกทิพย์ จะพร้อมใจกันมาร่วมสอยดาวทุกปี ขอบคุณ ขอบคุณค่า

และที่จะขาดเสียไม่ได้คือขอบคุณ ของรางวัลทุก ๆ ชิ้น ไม่ว่าจะเป็น เสื้อ กระโปรง เครื่องสำอาง น้ำหอม หม้อหุงข้าว กระเป๋า พัดลม ขนม นมเนย ฯลฯ สารพัดที่พี่ ๆ น้อง ๆ ในขวัญเรือน และจากพันธมิตรที่มอบสิ่งเหล่านี้ใหเรานำมาเป็นของรางวัลในทุก ๆ ปี ขอบคุณ ขอบคุณค่า

สำหรับยอดเงินปีนี้ 14,200 บาท…

ยินดี ๆ ที่พี่ ๆ น้อง ๆ ป้า ๆ น้า ๆ ภายใต้หลังคาบ้านเดียวกันได้ทำเรื่องดี ๆ ร่วมกันค่ะ

สอยดาวปีนี้ใช้วิธี…ล้วงโหล มาร่วมสอยดาวกันตรงตามเวลานัดหมาย ลุ้นว่าได้หมายเลขอะไร รางวัลใหญ่่(หรือเปล่า)

ยินดีกับทุกรางวัลที่ได้ไปนะคะ

เสื้อเหลืองไม่ได้รางวัล แต่ขอเข้ากล้อง

ใครหนอ ? โชคดีได้กระโปรงเป็นรางวัล

อะฮั้นเอง…ฮ่ะ