เขียนโดย trendy gal @ 1:33 pm
Shelved under Uncategorized

     ในบทความทัวร์ไหว้พระ 9 วัดฉบับล่าสุด ผู้เขียนคือคุณชาติ ภิรมย์กุล เขียนว่า…
      “เช้าวันนี้ก่อนออกจากที่พัก ผมถือซองกฐินและหลับตาพนมมือ อธิษฐานสาธุ…เกิดชาติหน้าขอให้ตัวสูงเท่ากองยู พระเอกในเรื่อง Coffee Prince”

     สำหรับคนที่ไม่ได้ติดตามกระแสเกาหลี อาจจะงง ๆ ว่าคุณชาติกำลังพูดถึงเรื่องอะไร…
     Coffee Prince คือละครเกาหลีที่ได้รับความนิยมอย่างสูงที่เกาหลีเมื่อปีก่อน (ขณะนี้ยังไม่ได้ฉายในบ้านเราอย่างเป็นทางการ) โดยมีกองยู หรือ กงยู พระเอกหนุ่มหุ่นสมาร์ทรับบทเป็นผู้จัดการร้านกาแฟค่ะ

     อย่าแปลกใจไปถ้าจะเปิดเผยว่าผู้เขียนซึ่งกำลังชวนคุณไปไหว้พระ 9 วัด คนนี้โปรดปรานละครเกาหลีมาก ๆ
     จากที่เคยมีโอกาสพูดคุยกับคุณชาติทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ เขาบอกว่า “ละครเกาหลี-กาแฟสด เป็นยาเสพติดชนิดหนึ่ง กินแล้วติด-ดูแล้วหยุดไม่ได้”
     นอกจากติดแล้วก็ยัง…เสียน้ำตาด้วย
     “เจ้าพ่อละครรัก-โรแมนติกต้องยกให้เกาหลี ละครเกาหลีดูแล้วเหนื่อย ร้องไห้จนเหนื่อย” อย่างเรื่อง Snow Queen ที่เพิ่งฉายทางช่อง 7 ไปไม่นานนี้เขาก็บอกว่า “ดูแล้วจุกหน้าอก จะร้องไห้ก็ไม่กล้ามันเลยอั้น ๆ”

     เหตุผลที่ใคร ๆ ก็ดูละครเกาหลีนั้นเขาคิดว่า
     “ที่คนติดละครเกาหลีน่าจะมาจาก…การเขียนบท-การดำเนินเรื่องที่น่าติดตามตลอด และความเป็นธรรมชาติของชีวิตคนจริง ๆ ที่ละครไทยไม่เคยมี”     อย่างเรื่อง Coffee Prince ที่เพิ่งดูจบไปไม่นาน เขาก็ชมว่า “พระเอก-นางเอกเรื่องนี้เล่นเก่ง การแสดงออกทางแววตาเป็นธรรมชาติ อย่างฉากที่พระเอก-นางเอกแสดงความรักต่อกัน มันเป็นธรรมชาติของคนที่รักกัน ย่อมแสดงออกแบบนี้ แต่ฉากแบบนี้นางเอกไทยทำไม่ได้-เสียภาพพจน์ แต่หลังฉากดุเดือดกว่านี้”…ฉากที่ว่าจะเป็นยังไง คงต้องลองหาละครมาดูกันเอาเองแล้วละ

     ข้อดีของละครเกาหลีที่โดนใจเขาอีกอย่างหนึ่งก็คือ
     “นอกจากเพลงจะเพราะยังมีคำคม-ประโยคเด็ด ๆ เยอะแยะโดนใจแทบทุกเรื่อง” แต่ถ้าจะให้ดี ” ต้องดูซาวด์แทร็ค จะได้อรรถรสมาก อารมณ์-น้ำเสียงของตัวละครเวลาพูด ดีกว่าดูพากย์ไทยเยอะ ถ้าเป็นแฟนละครเกาหลีจริง ๆ ต้องดูซาวด์แทร็ค แล้วชีวิตจะเปลี่ยนไป”

     สำหรับละครเกาหลีในดวงใจ คุณชาติยกให้ “My Girl” หรือ รักหมดใจ ยัยกะล่อน เป็นอันดับหนึ่ง เพราะเป็นละครที่มีครบทุกรส ที่สำคัญคือเป็นเรื่องโปรดของภรรยาเขาด้วย (เรื่องนี้ภรรยาคุณชาติชอบพระเอก-ลี ดงวุค ในขณะที่เขาชอบนางเอก-ลี ดาเฮ) ชอบขนาดที่ดูไปแล้วไม่ต่ำกว่า 10 รอบ ดูจนเผลอคิดว่าตัวเองเป็นพระเอก-นางเอกของเรื่องเลยทีเดียว
     อย่างนี้ไม่เรียกว่าโปรดอย่างเดียวแล้ว แต่ยังอินด้วยนะเนี่ย
     อินไม่อิน ยังเผลออธิษฐานถึงพระเอกเกาหลีในเรื่องไหว้พระ 9 วัด ไปแล้วเลย

     …อยากบอกว่า…ตอนนี้คำอธิษฐานของคุณชาติเป็นจริงแล้วค่ะ (อย่างน้อยก็ในบล็อกขวัญเรือน ;) )

khun-chart1.jpg

เขียนโดย Piya @ 1:24 pm
Shelved under Uncategorized

ถ้าจะสวัสดีปีใหม่กันคงยังไม่สายใช่ไหมคะ?…สวัสดีปีใหม่ ขอให้เจริญ ๆ นะค้า สุขภาพแข็งแรง มีเรี่ยวมีแรงทำโน่นทำนี่ที่อยากจะทำกันให้สนุกสนานไปเล้ย…blogj5.jpgไหว้พระ(ญี่ปุ่น)รับปีใหม่กันค่ะ

           blogj3.jpgblogj6.jpgกวักโชคลาภค่ะ

คุณเคยมีความตั้งใจกับตัวเองในปีใหม่กันบ้างไหม…นี่เป็นคำถามยอดฮิตที่สื่อชอบถามกับดาราในช่วงนี้สุด ๆ ปีนี้ก็ไปถามกันมาเหมือนกันนะ แล้วก็มาสะดุดกับคำตอบของสเตฟานที่เขาบอกว่า “ผมว่าคนที่คิดเกี่ยวกับResolutionมักจะไม่ค่อยได้ทำหรอก”…เออจริง เคยเหมือนกันปีนี้จะกินให้น้อยลง ชั้นจะผอมสวยให้ได้ แต่ได้ 2 วันเลิกแล้ว ไว้ปีหน้าค่อยตั้งใจใหม่…เป็นไหมคะ?…สำหรับตัวเองเป็นจนเบื่อเลยล่ะ จนมีอยู่ปีหนึ่งคิดอยากลองทำสิ่งที่อยากจะทำให้ได้แบบจริง ๆ จัง ๆดู แต่เราไม่เรียกว่า Resolution นะ เรียกสนุก ๆ ว่าเป็น Mission หรือภารกิจกันเลยทีเดียว…เริ่มจากคิดให้สนุกก่อนค่ะ จากนั้นเราก็ต้องมุ่งมั่น เพื่อจะเอาชนะตัวเองให้ได้…เชื่อไหมปีนั้นเราทำได้ล่ะ…สิ่งที่ได้ไม่เพียงทำภารกิจได้สำเร็จ แต่เรายังรู้สึกตัวยืด ๆ ภูมิอกภูมิใจในตัวเอง และก็เริ่มรู้สึกว่าทีนี้ฉันจะทำอะไรก็ได้แล้ว ถ้าอยากจะทำ(ซะอย่าง)…แล้วตั้งแต่ปีนั้นเราก็เริ่มมีภารกิจของตัวเองเรื่อย ๆ เรื่องไร้สาระก็เป็นภารกิจได้นะ…เช่น ปีนี้ฉันจะกินไอ้นี่ให้ได้ กินไอ้นี่ให้เป็น…เมื่อก่อนกินปลาดิบไม่เป็นนะคะ แถมปฏิเสธเสียงแข็งด้วยว่าของดิบฉันไม่นิยม จนปีหนึ่งอยากลองกินดู อืม…ทำไมฉันไม่กินตั้งนานแล้วนะ อร่อยม้าก ชอบสุด วาซาบิ ผักกะเฉด กิมจิ กั้ง ปวยเล้ง ฯลฯ เข้าข่ายเดียวกันหมด ทุก ๆ ปีเรากินโน่นนี่ได้เพิ่มขึ้นตั้งเยอะ จนคิดอยากทำเรคคอร์ดกันเลยล่ะ น่าจะสนุกดี

              blogj7.jpgปลายปีใบไม้กำลังเปลี่ยนสีค่ะ

ปลายปีที่แล้วมีโอกาสไปญี่ปุ่น…มีภารกิจอีกแล้ว…อยากไปนอนแช่ในออนเซ็นมาก ถึงมากที่สุด…ใคร ๆ ก็บอกว่าไปญี่ปุ่นถ้าไม่ได้ออนเซ็นถือว่าเสียเที่ยว แล้วโดยส่วนตัวชอบเหลือเกินไอ้อาบน้ำแร่ แช่น้ำอุ่นนี่น่ะ…ติดอยู่ที่วัฒนธรรมการแช่ของเขามันชวนกระดากพิกล…เพราะเราต้องไปอาบรวมแถมต้องโป๊เปลือยอีกต่างหาก…ผู้รู้เขาเล่าว่าสมัยก่อนการอาบออนเซ็นนั้นจะทำในหมู่ชนชั้นขุนนาง ชนชั้นสูง และเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้พกพาอาวุธเข้ามา จึงต้องแก้ผ้ากันเข้ามาเลย แล้วก็เลยกลายเป็นวัฒนธรรมที่สืบต่อกันมาจนทุกวันนี้…เพราะฉนั้นหลาย ๆ คนในกรุ๊ปจึงช่างใจกันยกใหญ่…แล้วก็สรุปกันว่าเจอคนอื่นที่ไม่รู้จัก(คนญี่ปุ่น) ไม่เป็นไร อย่าเจอพวกเดียวกันเป็นพอ จัดคิวกันดีกว่า ถึงขั้นลงเวลากันเลยล่ะ มีหลายคนเปลี่ยนใจด้วยนะ แต่เรามุ่งมั่นมาก มีเอาผ้าผืนน้อย(ประมาณผ้าเช็ดผมที่ร้านทำผมน่ะค่ะ)ที่เขาเตรียมไว้ให้(ในห้องพัก)มาลองทาบตัวดูว่าจะปิดอย่างไรดี ฮามาก เพื่อนบอกปิดหน้าดีกว่านะ…

          blogj21.jpgไม่ใช่ผีญี่ปุ่นนะคะ…นี่เป็นชุดยูกาตะที่ใส่เข้าออนเซ็น

            เล่าขั้นตอนการอาบออนเซ็นให้ฟังหน่อยนะคะ…เขาจะมีแบ่งเขตชายหญิงค่ะ อันนี้ต้องคอยสังเกตุจากสีธงหน้าประตู ถ้าผู้หญิงจะเป็นสีน้ำเงิน ผู้ชายสีแดง เพราะบางแห่งเขาจะสลับห้องไปมาด้วย เพื่อที่ว่าลูกค้าที่มาประจำจะได้เปลี่ยนวิว เปลี่ยนมุมมองบ้าง ชุดที่เราใส่ไปออนเซ็นนั้นเป็นชุดยูกาตะที่เขามีไว้ให้ในห้องพักพร้อมผ้าผืนน้อย ข้างในออนเซ็นจะมีโอโบะจัง(คุณป้าดุๆ)เฝ้าดูความเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่ เมื่อเข้าไปข้างในจะมีส่วนแห้ง กับส่วนเปียก ส่วนแห้งจะเป็นเหมือนห้องแต่งตัวขนาดใหญ่ มีล็อกเกอร์ มีตะกร้าใส่ผ้าวางในชั้นอย่างเป็นระเบียบ มีกระจกบานใหญ่ยาว พร้อมอุปกรณ์เสริมความงามนานาชนิด ทั้งครีมบำรุงต่าง ๆ โทนเนอร์ มอยเจอร์ไรเซอร์ ใบมีดโกนกับหวีก็แพ็กไว้ให้หยิบใช้กันฟรี ๆ (เพลินม้าก)ซึ่งตรงนี้แหละค่ะที่เราจะต้องถอดเสื้อผ้าใส่ตระกร้า แล้วเดินผ่านเข้าไปสู่ส่วนเปียก ที่ในนั้นก็จะเป็นสองส่วน คือส่วนที่เราใช้นั่งอาบน้ำ(มีก็อกน้ำ อุปกรณ์การอาบน้ำ เก้าอี้ตัวเล็ก) ให้สะอาดก่อน แล้วก็ส่วนที่เป็นบ่อน้ำแร่ขนาดใหญ่ (สามารถเปิดประตูไปสู่บ่อด้านนอกได้ด้วย) ซึ่งในนั้นจะมีน้ำแร่ธรรมชาติที่มีอุณหภูมิประมาณ 40 องศาเซลเซียส พออาบน้ำสระผมเสร็จเราก็ค่อย ๆ หย่อนตัวลงไปในบ่อ ตอนแรกที่เอาขานำไปก่อนนั้นสะดุ้งเลยค่ะ ร้อนมาก แต่ก็ฮึดเอาทั้งตัวจุ่มลงไปจนได้ แล้วเพียงอึดใจเดียวจะรู้สึกเลยว่ามันอุ่นสบายมาก ๆ คนแนะนำเขาบอกว่าถ้ายังทนความร้อนไม่ได้ 5 นาทีแรกก็ให้ขึ้น แล้วมาอาบน้ำใหม่ จากนั้นลงบ่อใหม่อยู่ในนานขึ้นสัก 15 นาที ถ้าใครทนไม่ได้ก็ให้ขึ้นมาอาบน้ำใหม่อีกรอบแล้วลงใหม่…ส่วนเราอย่างที่บอกชอบอยู่แล้ว ลงครั้งเดียวอยู่ไปเลย 40 นาที

          ขอบอกเลยค่ะว่าสบายสุด ๆ เหงื่อออกเยอะมาก ยิ่งมองออกไปด้านนอกเห็นอากาศเย็น ๆ ยิ่งรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก(เข้าข่ายซาดิสท์เนอะ) พอขึ้นจากบ่อรู้สึกตัวเบาเหมือนจะลอยได้ ผิวงี้เป็นสีชมพูไปทั้งตัว…ตื่นเช้ามาอีกวันผิวนุ่มมาก ๆ สาว ๆ กรี๊ดกับความเปลี่ยนแปลงกันใหญ่ รู้เลยว่าคนญี่ปุ่นผิวดีเพราะเหตุนี้เอง…คิดเลยว่าถ้าเราไม่กล้า แล้วไม่ลองทำภารกิจนี้ดูคงต้องเสียดายมาก ๆ แน่เลย ทุกคนที่ได้ไปออนเซ็นบอกเป็นเสียงเดียวกันเลยว่าติดใจสุด ๆ …เป็นอีกภารกิจหนึ่งที่เราสามารถ และก็ได้ความรู้สึกดี ๆ เป็นโบนัสกลับมา

           blogj8.jpgไม่(หน้า)ด้านพอก็ทำไม่ได้อีกเช่นกัน

 เพียงแค่เปิดใจลอง Mission อะไรก็เป็นไปได้หมดแหละค่ะ…เราเชื่ออย่างนั้น…ปีนี้ลองหาเรื่องสนุก ๆ ทำกันนะคะ…

เขียนโดย nanong @ 10:20 am
Shelved under Uncategorized

ดีใจจังที่บล็อกกลับมามีชีวิตอีกครั้ง เพื่อยืนยันว่าพื้นที่เล็ก ๆ ของพวกเราทีมขวัญเรือนมักมีแต่รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ ก็เลยรีบเอารูปซานต้า(จำเป็น) มาให้ดู ถึงแม้ว่าในแต่ละช่วง 15 วัน แต่ละคนจะหน้าดำคร่ำเคร่งกับการปิดต้นฉบับ (อันเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ความเคลื่อนไหวในบล็อกมีอาการเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างเนิบ ๆ ไปบ้าง)

แต่ถ้ารักกันจริง เราเชื่อว่าคุณ ๆ และก็คุณ ๆ ยังคงแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมบล็อกกันบ่อย ๆ นะ 15 วันยืนยันสู้ตาย

เขียนโดย nuda @ 11:03 am
Shelved under Uncategorized

วันนี้เป็นวันเด็ก… ที่ออฟฟิศมีเด็กมาวิ่งเล่นแต่เช้า ทำให้เรานึกถึงวัยเด็กที่ตื่นเต้นกับวันนี้ทุกที อย่างน้อยก็ได้ออกนอกบ้าน และคงจะมีของขวัญติดไม้ติดมือกลับมา

เวลาพูดถึงความเป็นเด็ก จะนึกถึงผู้ชายชื่อบอย -ตรัย ภูมิรัตน ทุกที คนนี้เราเพิ่งไปสัมภาษณ์เขาเรื่องการ์ตูนมา (ติดตามได้ในฉบับ 868) เขาบอกว่า การ์ตูนเป็นตัวแทนของความฝันในหลาย ๆ มุม ที่เราไม่สามารถจะเป็นได้ในโลกของความเป็นจริง มันได้เพาะพันธุ์เมล็ดแห่งความฝันและจินตนาการขึ้นในใจ ค่อยๆ ก่อร่างอยู่ในตัวตนของเด็กคนหนึ่งตั้งแต่วันนั้น และค่อยๆ หล่อหลอมจนกลายเป็นเขาในวันนี้

คนทำงานในขวัญเรือน หลายคนยังอ่านการ์ตูนอยู่ มีทั้งพวกเช่ามาอ่านและซื้อ ในฐานะคนชอบอ่านการ์ตูนเหมือนกัน เห็นด้วยอย่างยิ่งกับสิ่งที่เขาบอก “การ์ตูนเป็นช่องทางเดียวที่ทำให้เรากลับไปเป็นเด็กได้อย่างง่ายมากเลย หยิบมาแป๊บเดียวก็กลายเป็นเด็กโดยไม่มีใครรู้ มีพื้นที่เล็กๆ ของเรา ซึ่งผมคิดว่าทุกเรื่องต้องมีสมดุล คนเราจะใช้ชีวิตอยู่ในความฝันตลอดเวลาคงไม่ได้ แต่ถ้าต้องอยู่บนข้อเท็จจริงตลอด ผมว่ามันก็ตึงเกินไป เราก็ไม่อยากเป็นเด็กงอแงที่ไม่มีวันโต เราอยากโตเป็นคนที่มีความรับผิดชอบ และอยากมีมุมที่เด็กเอาไว้ ทำให้เรารู้สึกสมดุล ”

ช่วงก่อนปีใหม่ที่ผ่านมา เราจับน้องช่างภาพมาแต่งตัวเป็นซานตาคลอส และแอบเอาเข็มทอง หมาพุดเดิ้ลประจำออฟฟิศมาแต่งเป็นกวางเรนเดียร์ ทุกคนนัดกับใส่เสื้อผ้าสีแดง เพื่อมาถ่ายรูปในวันคริสต์มาส วันนั้นแทบไม่ทำงาน เพราะมัวแต่เล่นถ่ายรูป…สนุกกับความเป็นเด็ก คือสิ่งที่เราสร้างความสมดุลให้ตัวเอง

และที่เราแอบทำบ้างบนบอร์ดของการทำงาน(กองบ.ก.) คือวาดอะไรเล่น เหมือนตอนอยู่โรงเรียนที่ชอบไปเขียนเล่นบนกระดานดำ การ์ตูนพวกนี้คือพวกเรา คนที่ยังมีพื้นที่เล็กๆ ในใจเสมอ แถมยังชอบแปลงห้องทำงานให้เป็นห้องนั่งเล่น รวมถึงสนามเด็กเล่นในบางเวลา

happy.jpg