หลายปีก่อน นิตยสารหลายฉบับลงเรื่องราวของทอม เคลเตอร์ นักบินลูกทุ่งผู้มี
ความฝันบินเดี่ยวรอบโลก ฉันเองก็พลอยได้รับเมล็ดพันธุ์ความฝันจากบทสัมภาษณ์มาด้วย
PASSION IS ALWAYS A REASON ,SO FOLLOW YOUR HEART.
คำพูดของทอม ทำให้ใครหลายต่อหลายคน ตัดสินใจลงมือทำความฝันให้เป็นจริง แต่ที่โดนเข้าไปอย่างจังๆ ก็คู่ของพี่หมู-พี่วรรณ หนุ่มสาวออฟฟิศที่ตัดสินใจลาออกจากงานแล้วทำฝันนั่นแหละ
เคยได้ยินข่าวของคู่นี้ตั้งแต่ออกเดินทาง นานมาก…จนนึกว่าพวกเขากลับมาเมืองไทยแล้ว ถ้าททท.ไม่ส่งหมายเชิญมาบอกเรื่องจัดงานต้อนรับกลับบ้านของทั้งคู่ เราก็คงไม่รู้ ตามกำหนดทั้งคู่จะปั่นมาถึงสำนักงานททท.วันที่ 1 พ.ย. แต่ถ้ารอสัมภาษณ์วันนั้นคงวุ่นวายน่าดู แต่ละสื่อย่อมมะรุมมะตุ้ม เราเลยขอนัดล่วงหน้า
เป็นอันว่านัดกันแถวรังสิตคลอง 10 กว่าๆ ทีมงานเราขับรถไป ส่วนพี่หมูกับวรรณปั่นจักรยานมา กว่าจะเจอกันก็เย็นแล้ว พี่ๆ ขอโทษขอโพย เพราะคิวเลื่อนไปเยอะ ก่อนหน้าเรามีอีกรายการมาสัมภาษณ์ แถมก่อนหน้ายังอัดรายการเจาะใจกว่าจะได้นอนก็ตี 4 แต่ต้องตื่นมาปั่นจักรยานต่อ เพื่อจะได้กลับถึงกรุงเทพฯ ตามกำหนดเวลา
เนื่องจากใกล้ค่ำ นักปั่นจึงจำเป็นต้องหาที่พักก่อน ผู้สังเกตการณ์อย่างเราขับรถตามไปด้วย การหาที่พักแบบหาเอาข้างหน้า เป็นสิ่งที่ทั้งคู่เจอประจำตลอดการเดินทางเกือบ 6 ปี ครั้งนี้ในฐานะผู้ติดตาม เราขอช่วยอีกแรง เจอป้ายโฆษณาที่พัก รีสอร์ท ตรงไหนก็ช่วยจดและโทร.ถาม ตอนแรกทั้งคู่จะไปพักในหอมหาวิทลัย แต่เข้าไปแล้ว เจอเด็กๆ เยอะไปหน่อย แกเลยถอยร่น ปั่นไปตามที่หมายอีกแห่ง ซึ่งพี่ช่างภาพของเราโทรถามให้
ตามชื่อบอกเป็นรีสอร์ท เส้นทางเข้าก็ร่มรื่น สวย สมค่าความเป็นรีสอร์ทจริง ๆ แต่พอเลี้ยวรถเข้าไป พวกเราได้แต่อึ้ง เพราะเจอแต่ม่าน ๆ หน้าห้องมีที่จอดรถพอดีคันเชียว มองรอบๆ กะหาโต๊ะ เก้าอี้นั่งสบายสัก 3-4 ตัว ไว้นั่งคุยไม่ยักมี พนักงานมาถามว่าจะเปิดกี่ห้อง ราคามีแบบชั่วคราวกับค้างคืน ถ้าสัมภาษณ์สัก 2-3 ชั่วโมงคงเป็นแบบชั่วคราว (คิดในใจ) มองหน้ากันอีกครั้งทั้งทีมขวัญเรือน ทีมพี่หมู-พี่วรรณ คงไม่งามแน่ ถ้าต้องสัมภาษณ์กันในโรงแรมม่านรูด
ตัดสินใจไปหาที่พักดาบหน้า ปั่นไปตามคำบอกของคุณพี่ที่ม่านรูด ฟ้ามืดลงทุกที ๆ รถของเราขับนำหน้าก่อน เพื่อไปหารีสอร์ทว่าอยู่ไหนกันแน่ แล้วค่อยบอกทีมจักรยาน “สวรรค์น้อยๆ ของคนเดินทาง” คือป้ายที่ติดไว้ด้านหน้า แต่ก่อนฉันเป็นคนชอบคำอะไรแบบนี้ แต่พอเจอม่านแบบเมื่อกี้ เริ่มไม่แน่ใจในสวรรค์ที่ว่าเสียแล้ว
โล่งอก เพราะที่นี่เป็นบ้านเรือนไม้สไตล์คันทรี่ แบ่งเป็นหลัง ๆ แต่ละหลังมีระเบียงพร้อมเก้าอี้นั่งสบาย ๆ ราคาก็ไม่แพง พี่หมูพี่วรรณเอาจักรยานเข้าไปจอดในห้อง แล้วเราทั้งหมดก็นั่งรถไปหาข้าวเย็นกิน บทสัมภาษณ์ของเราจึงเริ่มต้นขึ้นที่ร้านข้าวต้มข้างทาง และตามมาด้วยรีสอร์ทสวรรค์น้อยๆ ซึ่งตอนแรกกะจะนั่งคุยกันที่ระเบียง แต่ด้วยจำนวนยุงมหาศาล จึงต้องย้ายสถานที่
สุดท้ายก็จบลงในห้องนอน คนให้สัมภาษณ์นั่งบนเตียง ส่วนเราอยู่ข้างเตียง นับเป็นการสัมภาษณ์ที่คลุกคลีตีโมงมากที่สุดอีกงาน ต้องขอบคุณพี่หมู-พี่วรรณ ที่แม้จะเหนื่อย จะง่วงแค่ไหน แต่ยังมีแรงนั่งคุยกับเรา
ความฝันของพี่ ๆ ที่สำเร็จแล้ว ทำให้หลายคนเริ่มปั้นฝันให้เป็นตัวบ้างแล้วค่ะ