ไม่บ่อยนักที่เราได้ใช้ชีวิตอยู่กับความมืด และความเงียบ…เพราะถ้าเป็นที่บ้านเราคงจะต้องรอให้ไฟดับทั่วเมืองซะก่อนนั่นแหละ…แต่ที่พะโต๊ะ แค่พระอาทิตย์ดวงโตหลบหน้าสองสิ่งที่ว่าก็มาเยือนกันได้ง่าย ๆ และผู้คนที่นั่นก็มองเป็นเรื่องปกติธรรมดา อย่างดีก็จุดไฟขึ้นสักดวง(ถ้ามากกว่านั้นเดี๋ยวพลังจากโซลาเซลจะอ่อนแรงก่อนเวลาอันควร)ในจุดจำเป็นของบ้าน…วันที่ไปเยือนเจ้าบ้านเข้าครัวทำอาหารรับแขกในแสงไฟสลัวอย่างคุ้นชิน…ส่วนแขกก็ถือเทียนเดินขึ้นบ้าน เปิดกระเป๋าเสื้อผ้าเอามือคลำ ล้วง คุ้ย…นานจนเหงื่อตกกว่าจะได้ของที่ต้องการครบ…มันมืดจนแค่การหยิบเสื้อผ้าข้าวของไปอาบน้ำยังยากซะ…
เสร็จจากมื้ออาหารค่ำ(มืด)น้องเปรมลูกสาวตัวน้อยของเจ้าบ้านชวนอ่านหนังสือนิทาน และระบายสี ไม่ขัดศรัทธาค่ะ แล้วก็เพิ่งจะเข้าใจนี่เองว่าอารมณ์การจุดเทียนอ่านหนังสือนั้นมันเป็นยังไง…น้องเปรมไม่ได้รู้สึกอะไรหรอก แต่เรากลับสะท้อนใจเล็ก ๆ ว่าเด็กบางคนแค่การอ่านหนังสือนิทาน หรือเล่นระบายสีก็ยังลำบาก วันนั้นเราเลยเล่นสนุกกับการเอียงสมุด หนังสือหาแสงไฟกันใหญ่ จากนั้นก็ค่อยแยกย้ายกันไปนอนฟังเสียงกบ เขียด อึ่งฯลฯ ร้องเพลงกล่อมนอน
บ้านพี่แจ่มที่เราพัก รอบ ๆ บ้านเต็มไปด้วยต้นกาแฟ
เสียงไก่ขันเป็นนาฬิกาปลุกชั้นดีให้กับเรา…ยามเช้าที่พะโต๊ะนั้นสุดยอด อากาศสด สะอาดลอดเข้ามาทางหน้าต่างจนเราต้องรีบลุกไปอาบน้ำ(ที่ต่อมาจากน้ำบนเขา)อย่างด่วน…ออกมานอกบ้านเรามองเห็นสายหมอกลอยระอยู่บนแนวยอดเขา สวยจนเพ้อเลยล่ะค่ะ อากาศดีจนต้องสูดเข้าปอดหลาย ๆ ครั้ง …รอบ ๆ ตัวเต็มไปด้วยต้นไม้เขียว สด ฉ่ำด้วยน้ำฝนที่ตกทิ้งไว้เมื่อคืนนี้ เดินเลาะเลี้ยวไปด้านหลังบ้านมีลำธารใส ที่น้ำกำลังไหลซู่ซ่า…อดใจไม่ไหวจนต้องถอดรองเท้าแล้วเดินลุยลงไป…ในน้ำมีทั้งปลา และกุ้งตัวใสให้ไล่จับเล่น…เวลานี้มีแต่เรากับธรรมชาติรอบตัว…สงบ และงดงาม…โลกอย่างนี้ยังมีอยู่จริง ๆ นะคะ…
ใครที่มักบ่นว่าโลกทุกวันนี้มันวุ่นวาย สับสนซะจนน่าปวดหัว…อยากจะบอกว่าไม่ใช่จะมีแต่โลกอย่างที่ว่านั้นอย่างเดียวหรอกค่ะ…เพราะยังมีโลกในแบบที่ต่างออกไปซุกซ่อน และรอให้ค้นหาอยู่อีกมาก…แล้วบางครั้งก็ไม่ไกลอย่างที่คิดด้วยนะเออ…






หลังจากทำบุญ ตักบาตร ถวายสังฆทาน พระให้พร เสร็จเรียบร้อย พอถึงช่วงกลางวัน ก็จะมีการสังสรรค์กันด้วยอาหารหวาน-คาว ยำรสเด็ด, ซีฟู้ด, ก้วยเตี๋ยวถั่วแระ, หมูสะเต๊ะสุดอร่อย ฯลฯ ซึ่งไม่ใช่เพียงชาวขวัญเรือน แต่ยังรวมเอาบรรดาทีมงานพี่ ๆ น้อง ๆ จากหนังสือในเครือมาร่วมอิ่มอร่อย และร่วมอวยพรวันเกิดพี่น้อยด้วยกัน 
















ตอนไปสัมภาษณ์น้องอี่ ศิวพร อโนทัยสินทวี เจ้าของตำแหน่งแฟนพันธุ์แท้วรรณกรรมเยาวชน และแฮร์รี่ พอตเตอร์ อี่บอกว่าไม่เคยคิดหรอกว่าชีวิตนี้จะได้มาเป็นแฟนพันธุ์แท้ ตอนเธออ่านหนังสือก็อ่านไปเพราะชอบ เพราะสนุก มันสั่งสมมาแต่เด็ก แน่นอนว่าสมัยก่อนยังไม่มีรายการแฟนพันธุ์แท้ ให้เราตั้งเป้าหมายว่าสักวันฉันจะมาสมัครแข่งขันเพื่อพิชิตตำแหน่ง ชิงรางวัล เชื่อว่าคนที่มาแข่งรายการนี้ส่วนใหญ่ก็คิดอยากอี่ คือเริ่มจากความชอบในสิ่งหนึ่งสิ่งใดก่อน