เขียนโดย Piya @ 1:53 pm
Shelved under Uncategorized

       ภูเขาและหม��กยามเช้าที่ม��งเห็นจากระเบียงบ้าน

          ไม่บ่อยนักที่เราได้ใช้ชีวิตอยู่กับความมืด และความเงียบ…เพราะถ้าเป็นที่บ้านเราคงจะต้องรอให้ไฟดับทั่วเมืองซะก่อนนั่นแหละ…แต่ที่พะโต๊ะ แค่พระอาทิตย์ดวงโตหลบหน้าสองสิ่งที่ว่าก็มาเยือนกันได้ง่าย ๆ และผู้คนที่นั่นก็มองเป็นเรื่องปกติธรรมดา อย่างดีก็จุดไฟขึ้นสักดวง(ถ้ามากกว่านั้นเดี๋ยวพลังจากโซลาเซลจะอ่อนแรงก่อนเวลาอันควร)ในจุดจำเป็นของบ้าน…วันที่ไปเยือนเจ้าบ้านเข้าครัวทำอาหารรับแขกในแสงไฟสลัวอย่างคุ้นชิน…ส่วนแขกก็ถือเทียนเดินขึ้นบ้าน เปิดกระเป๋าเสื้อผ้าเอามือคลำ ล้วง คุ้ย…นานจนเหงื่อตกกว่าจะได้ของที่ต้องการครบ…มันมืดจนแค่การหยิบเสื้อผ้าข้าวของไปอาบน้ำยังยากซะ…

              เสร็จจากมื้ออาหารค่ำ(มืด)น้องเปรมลูกสาวตัวน้อยของเจ้าบ้านชวนอ่านหนังสือนิทาน และระบายสี ไม่ขัดศรัทธาค่ะ แล้วก็เพิ่งจะเข้าใจนี่เองว่าอารมณ์การจุดเทียนอ่านหนังสือนั้นมันเป็นยังไง…น้องเปรมไม่ได้รู้สึกอะไรหรอก แต่เรากลับสะท้อนใจเล็ก ๆ ว่าเด็กบางคนแค่การอ่านหนังสือนิทาน หรือเล่นระบายสีก็ยังลำบาก วันนั้นเราเลยเล่นสนุกกับการเอียงสมุด หนังสือหาแสงไฟกันใหญ่ จากนั้นก็ค่อยแยกย้ายกันไปนอนฟังเสียงกบ เขียด อึ่งฯลฯ ร้องเพลงกล่อมนอน

           k2.jpgบ้านพี่แจ่มที่เราพัก รอบ ๆ บ้านเต็มไปด้วยต้นกาแฟ

          เสียงไก่ขันเป็นนาฬิกาปลุกชั้นดีให้กับเรา…ยามเช้าที่พะโต๊ะนั้นสุดยอด อากาศสด สะอาดลอดเข้ามาทางหน้าต่างจนเราต้องรีบลุกไปอาบน้ำ(ที่ต่อมาจากน้ำบนเขา)อย่างด่วน…ออกมานอกบ้านเรามองเห็นสายหมอกลอยระอยู่บนแนวยอดเขา สวยจนเพ้อเลยล่ะค่ะ อากาศดีจนต้องสูดเข้าปอดหลาย ๆ ครั้ง …รอบ ๆ ตัวเต็มไปด้วยต้นไม้เขียว สด ฉ่ำด้วยน้ำฝนที่ตกทิ้งไว้เมื่อคืนนี้ เดินเลาะเลี้ยวไปด้านหลังบ้านมีลำธารใส ที่น้ำกำลังไหลซู่ซ่า…อดใจไม่ไหวจนต้องถอดรองเท้าแล้วเดินลุยลงไป…ในน้ำมีทั้งปลา และกุ้งตัวใสให้ไล่จับเล่น…เวลานี้มีแต่เรากับธรรมชาติรอบตัว…สงบ และงดงาม…โลกอย่างนี้ยังมีอยู่จริง ๆ นะคะ… 

           ใครที่มักบ่นว่าโลกทุกวันนี้มันวุ่นวาย สับสนซะจนน่าปวดหัว…อยากจะบอกว่าไม่ใช่จะมีแต่โลกอย่างที่ว่านั้นอย่างเดียวหรอกค่ะ…เพราะยังมีโลกในแบบที่ต่างออกไปซุกซ่อน และรอให้ค้นหาอยู่อีกมาก…แล้วบางครั้งก็ไม่ไกลอย่างที่คิดด้วยนะเออ…

เขียนโดย nanong @ 11:44 am
Shelved under Uncategorized

 

ทุก ๆ ปีของเดือนกันยายน ชาวขวัญเรือนจะมีวันสำคัญ(อีก)หนึ่งวัน ที่คล้ายเป็นประเพณีของชาวขวัญเรือนไปแล้ว นั่นคือวันเกิดของคุณพนิดา ชอบวณิชชา หรือพี่น้อย หรือป้าน้อยของเรา ในวันนี้ของทุกปีเราจะมีการทำบุญกันตั้งแต่เช้าตรู่ โดยจะมีการนิมนต์พระจากวัดต่าง ๆ มา ปีนี้ก็เช่นกันมีพระและชีจากวัดดัง ๆ ในต่างจังหวัด เดินทางมากว่า 10 รูป

หลังจากทำบุญ ตักบาตร ถวายสังฆทาน พระให้พร เสร็จเรียบร้อย พอถึงช่วงกลางวัน ก็จะมีการสังสรรค์กันด้วยอาหารหวาน-คาว ยำรสเด็ด, ซีฟู้ด, ก้วยเตี๋ยวถั่วแระ, หมูสะเต๊ะสุดอร่อย ฯลฯ ซึ่งไม่ใช่เพียงชาวขวัญเรือน แต่ยังรวมเอาบรรดาทีมงานพี่ ๆ น้อง ๆ จากหนังสือในเครือมาร่วมอิ่มอร่อย และร่วมอวยพรวันเกิดพี่น้อยด้วยกัน 

วันนั้นหากใครเผลอมาทำธุระในซอยสุทธิพร 2 แถว ๆ ออฟฟิศเรา ถ้าสังเกตุจะเห็นหน้าตาคนแถวนี้  ซึ่งล้วนเป็นพี่น้อง เพื่อนผอง คน(ทำหนังสือ)เครือเดียวกัน จะเห็นว่าแต่ละคนสดชื่น และชื่นมื่น  เพราะนี่คืออีกหนึ่งวันดี ๆ ในเดือนกันยายน ที่อิ่มทั้งบุญ อิ่มทั้งท้อง และอิ่มทั้งคำอวยพรจากพี่น้อยที่มอบคืนให้แก่น้อง ๆ (…บางคนก็อายุประมาณลูก ๆ หลาน ๆ ) ในบริษัทกันถ้วนหน้า

วันเกิดปีนี้เราถือกุหลาบคนละดอก  กุหลาบเป็นตัวแทนความรักที่เรานำไปมอบให้กับพี่น้อย ผู้ใหญ่ใจดีของครอบครัว เป็นอีกหนึ่งวันดี ๆ ในเดือนกันยายน ที่ ‘เรา’ จะมารวมตัวพร้อมหน้าพร้อมตากันอย่างมีความสุขจริง ๆ …

 Happy Birthday Pee Noi ka

เขียนโดย nanong @ 2:06 pm
Shelved under Uncategorized

       

หนุ่มสาวชาวขวัญเรือนขึ้นชื่อว่าเป็นคนเอ็นจอยอีทติ้งกันขนานแท้ เพราะในแต่ละเดือนเรามักจะมีวาระดี ๆ มาให้ได้เฮฮากันอยู่บ่อย ๆล่าสุดเป็นวันเกิดของพี่สาวคนเก่งประจำขวัญเรือน พี่น้อง มณฑา รวมทั้งอีกหนึ่งสาวในกองบ.ก.น้องนุชลดา ที่คลอดเดือนเดียวกัน งานนี้จึงรวบยอดแฮปปี้เบิร์ธเดย์กันวันเดียวเสียเลย 

 

 และเหมือนจะกลายเป็นธรรมเนียมไปแล้วที่พี่น้องผองเพื่อนขวัญเรือนจะมีอาหารมาคนละหนึ่งอย่างหรือมากกว่า (แล้วแต่ทุนทรัพย์) หนนี้ก็เช่นกัน อูมฟูมไปด้วยของอร่อย ทั้งคาว หวาน เครื่องดื่ม ไอศกรีม ครบเครื่อง ไม่ว่าจะเป็น ไก่นึ่งจิ้มน้ำจิ้มเต้าเจี้ยว, ผัดหมี่ซั่ว, ยำลูกชิ้นปลา, ปลานึ่งมะนาว, ขนมจีนน้ำเงี้ยว, ลูกชิ้นหมูปิ้ง, สปาเก็ตตี้ขี้เมาทะเล, โอเด้ง, เค้กไอศกรีม, วุ้นคุณอุ๊, น้ำพั้นช์ ฯลฯ เป็นอีกหนึ่งวันดี ๆ ของทุกคน เพราะนอกจากจะอิ่มแปล้แล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งวันที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและคำอวยพร 

พูดถึงเรื่องเอ็นจอยอีทติ้ง จริง ๆ  ไม่ใช่แค่วาระวันเกิด วันคลอด วันถูกหวย ฯลฯ ที่จะมีการเฮซื้อโน่นซื้อนี่มากินกัน แต่ในหนึ่งสัปดาห์อย่างน้อย 2-3 วันที่เรามักจะลงขัน หรือไม่ก็มีพี่ใหญ่ใจดีประจำบ้านทำหน้าที่เป็นป๋าเลี้ยงข้าวต้ม ส้มตำน้อง ๆ เพราะรู้ว่าช่วง 4 โมงเย็นหลายคนเริ่มเดินพลุกพล่าน  เพราะท้องเริ่มถูกรุมเร้าร้องว่า …หิว…หิว  แป๊บเดียว…จัดให้  โต๊ะกลางห้องขวัญเรือนก็จะพรึ่บไปด้วยของกิน ยิ่งถ้าวันไหนมีฝนตกหนักด้วยแล้ว เมนูข้าวต้มกุ๊ยจะโดนที่สุด

หนุ่มสาวชาวขวัญเรือนเป็นคนเอ็นจอยอีทติ้งก็จริง แต่สิ่งหนึ่งที่กลุ่มแฟนคลับเอ็นจอยอีทติ้งได้มากกว่าความอร่อยของอาหาร ก็คือบรรยากาศที่อบอุ่น อบอวลไปด้วยความเป็นเพื่อน พี่ น้อง ที่ซ่อนความสุขอยู่ในแต่ละมื้อวาระเฮฮาบ่อย ๆ นั่นเอง

ประมาณว่า…… เรื่องกินเรื่องใหญ่  แต่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ  เพราะท่ามกลางบรรยากาศนั้น  เราต่างคนต่างค่อย ๆ สะสมไมล์ความเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง พอกพูนความเป็นกลุ่มก้อน เพิ่มขึ้นกันเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ตัวต่างหาก…ที่เป็นประเด็นสำคัญกว่า !   

 หมายเหตุ : พุงน้อย ๆ ของกลุ่มแฟนคลับเอ็นจอยอีทติ้งก็กลมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยเหมือนกัน !!

เขียนโดย KwanruenTeam @ 5:38 pm
Shelved under Uncategorized

jamila.jpg มีเรื่องจะแจ้งให้แฟน ๆ ของวิรัตน์ โตอารีย์มิตร, ญามิลา, วนาโศก, ปลาอ้วน ทราบว่า ตอนนี้ วิรัตน์ โตอารีย์มิตร (เจ้าของนามปากกาเดียวกับ ญามิลา, วนาโศก, ปลาอ้วน) มี blog แล้วค่ะ

แฟน ๆ สามารถเข้าไปเยี่ยมชม และพูดคุยกับวิรัตน์ โตอารีย์มิตร, ญามิลา, วนาโศก, ปลาอ้วน ได้ [ที่นี่] นะคะ

เขียนโดย nuda @ 11:32 am
Shelved under Uncategorized

ตอนไปสัมภาษณ์น้องอี่ ศิวพร อโนทัยสินทวี เจ้าของตำแหน่งแฟนพันธุ์แท้วรรณกรรมเยาวชน และแฮร์รี่ พอตเตอร์  อี่บอกว่าไม่เคยคิดหรอกว่าชีวิตนี้จะได้มาเป็นแฟนพันธุ์แท้ ตอนเธออ่านหนังสือก็อ่านไปเพราะชอบ เพราะสนุก มันสั่งสมมาแต่เด็ก แน่นอนว่าสมัยก่อนยังไม่มีรายการแฟนพันธุ์แท้ ให้เราตั้งเป้าหมายว่าสักวันฉันจะมาสมัครแข่งขันเพื่อพิชิตตำแหน่ง ชิงรางวัล เชื่อว่าคนที่มาแข่งรายการนี้ส่วนใหญ่ก็คิดอยากอี่ คือเริ่มจากความชอบในสิ่งหนึ่งสิ่งใดก่อน 

แอบถามว่า เขาเลือกคนที่ไปแข่งยังไง อี่บอกว่าหลังจากสมัครไป จะมีการโทรมาทดสอบให้ตอบคำถามว่ารู้จริงหรือเปล่า กรณีน้องอี่โทรมาแต่เช้า ขณะเพิ่งตื่นนอน แต่ด้วยความที่รู้จริงเลยตอบได้ จากนั้นก็มีนัดไปทดสอบที่สตูดิโอ หลักการคัดเลือกผู้เข้าแข่งขัน แน่นอนว่าข้อแรก ต้องเป็นผู้รู้ข้อมูลในประเด็นเรื่องนั้นจริง ข้อต่อมาคือ พูดจารู้เรื่องสามารถอธิบายได้  (ถึงว่าสิคนที่มาแข่งพูดยาวๆกันทั้งนั้น) ไล่มากับพูดจารู้เรื่องคือมีความมั่นใจ มีบุคลิกภาพดี (ออกทีวีนี่เนอะ) และข้อสุดท้ายก็คือ รู้แพ้ รู้ชนะ

ทุกคนที่เข้าแข่งขันย่อมหวังถึงชัยชนะ แต่การแข่งขันทุกอย่างย่อมมีผู้ชนะเพียงตำแหน่งเดียว  อี่เล่าให้ฟังว่าตอนแข่งแฟนพันธุ์แท้แห่งปี ในฐานะแชมป์วรรณกรรมเยาวชน เธอเข้ามาชิงชัยด้วย และหวังอยากชนะเพื่อจะได้รางวัลคือบ้านให้แม่ เมื่อเป้าหมายคือชัยชนะ จึงมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ เตรียมตัวสุดเดช จนน้ำหนักตัวลดฮวบฮาบ และเมื่อเข้าแข่งขันก็เครียดมาก จนร้องไห้ สุดท้ายก็ทำสิ่งที่หวังไม่สำเร็จ เหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้เธอเรียนรู้คำว่าแพ้ 

ชีวิตจริงนอกเกมโชว์มีหลายครั้งหลายหนที่เราเจอกับความพ่ายแพ้ ง่ายๆ ตอนเด็กวิ่งแข่งกับเพื่อน5-6 คน สุดท้ายมีคนชนะแค่คนเดียวแหละ คนที่แพ้มีเพื่อนอีกตั้งเยอะ ดูแข่งแฟนพันธุ์แท้แต่ละตอน คนที่ไม่ชนะก็ไม่ได้หมายความว่าไม่เก่งแต่อย่างใด บางครั้งมันขึ้นอยู่กับจังหวะ โอกาส และโชค

ปลายปีนี้น้องอี่อาจกลับมาเล่นแฟนพันธุ์แท้แห่งปีอีกครั้ง ขออวยพรให้เธอได้บ้านอย่างใจหวัง (แต่เราอิจฉามากที่เธอได้ลายเซ็นเจ.เค.โรว์ลิ่ง)
“แพ้ก่อนเพื่อชนะในขั้นสุดท้าย ดีกว่าสุดท้ายต้องแพ้เพราะได้ชนะก่อน ” ประโยคนี้คุณดังตฤณบอกมาค่ะ

เขียนโดย trendy gal @ 4:27 pm
Shelved under Uncategorized

global-warming.jpgหลังจากเขียนเรื่องโลกร้อนไปคราวก่อน ก็ไปเจอหนังสือเกี่ยวกับโลกร้อนที่น่าสนใจเล่มหนึ่ง ชื่อ “โลกร้อน ทุกสิ่งที่เราทำ เปลี่ยนแปลงโลกเสมอ” จัดพิมพ์โดย มูลนิธิโลกสีเขียว ซึ่งให้ความรู้เรื่องโลกร้อนในรูปแบบหนังสือภาพ เหมาะกับคนที่ไม่ชอบอ่านตัวหนังสือเยอะ ๆ …อ่านแล้วได้ความรู้ใหม่ ๆ หลายอย่างเหมือนกันค่ะ อย่างเช่น การใช้ไฟฟ้าเกี่ยวกับการทำให้โลกร้อนอย่างไร เลือกกินแบบไหนช่วยให้โลกร้อนช้าลงได้ ฯลฯ ซึ่งจะว่าไป ตอนนี้ก็มีหนังสือเกี่ยวกับโลกร้อนวางขายอยู่หลายเล่มเลยละ…ถ้าสนใจก็ลองหามาอ่านกันดูนะคะ



มีข้อมูลเกี่ยวกับกระดาษมาฝากกันด้วย (ซึ่งเป็นความรู้ใหม่อีกเช่นกัน)ทราบหรือไม่ว่ากระบวนการผลิตกระดาษนั้นต้องใช้ทรัพยากรเยอะมาก ว่ากันว่า…

ต้นไม้ 1 ใน 5 ของต้นไม้ทั่วโลกถูกส่งไปทำกระดาษ

 พลังงาน 1 ใน 5 ของโลกถูกใช้ไปในการทำกระดาษ

ดังนั้นการทำกระดาษจึงมีส่วนมากในการทำให้โลกร้อน นอกจากนี้กระดาษจำนวนมากมีการใช้แค่ครั้งเดียว ไม่ได้มีการนำกลับมารีไซเคิล หรือไม่ก็นำมารีไซเคิลไม่ได้

สำหรับกระดาษที่รีไซเคิลได้ต้องสะอาด ไม่เปื้อนน้ำมัน เป็นกระดาษแผ่นใหญ่ ไม่ถูกฉีก และเยื่อกระดาษต้องไม่ขาด กระดาษที่ผสมพลาสติกหรือเคลือบมันจะไม่สามารถนำไปรีไซเคิลได้*

รู้อย่างนี้แล้ว ต้องระมัดระวังเกี่ยวกับการใช้กระดาษมากขึ้นอีกค่ะ


* ข้อมูลจากการเสวนา Paper Ranger ตอน กำเนิดฮีโร่ : โลกร้อน ทรัพยากร และมือของนักออกแบบ เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ณ ภาควิชา การออกแบบอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย