ยามเช้าที่โรงเรียนแม่โพ
กองบก.ขวัญเรือนนอกจากต้องทำงานสัมภาษณ์ งานเขียนแล้ว เรายังต้องทำงานกองทุนขวัญเรือนด้วยค่ะ ซึ่งเป็นงานที่พวกเราชอบมาก เพราะได้ออกต่างจังหวัด ตระเวณไปตามโรงเรียนทั่วแคว้นแดนไทย ฉะนั้นเดือนๆ หนึ่งนอกจากหาคนสัมภาษณ์แล้ว ยังต้องหาโรงเรียนที่ขาดแคลนอีก ซึ่งก็มีข้อมูลจากบรรดาคุณครูที่ส่งอีเมล์ ส่งจดหมายมาเล่าให้ฟังบ้าง หรือไม่ก็จากคนอ่านที่ผ่านไปเห็นหรืออยู่ในพื้นที่ อย่างล่าสุดที่ตีพิมพ์ในขวัญเรือน เราได้ข้อมูลมาจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลท่าสองยาง จ.ตาก
ก่อนไปโรงเรียนเลยต้องแวะไปโรงพยาบาลก่อน เจอคุณๆ เจ้าหน้าที่ ทั้งหมอ พยาบาล ทันตแพทย์ เทคนิคการแพทย์ ได้รู้ว่าพวกเขานอกจากทำงานในโรงพยาบาลแล้ว ยังมีโครงการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ อาสาขึ้นไปบนดอย เดินเขาหลายกิโลฯ เพื่อไปตรวจรักษาชาวบ้านผู้ยากไร้ เมื่อถึงวันเด็กก็จะขึ้นไปจัดกิจกรรมให้น้องๆ ชาวเขา
ไปท่าสองยางครั้งนี้ เราได้ร่วมเดินทางกับคณะเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล พวกเขาเป็นประสานงานให้ จัดเตรียมรถ ทั้งยังรับหน้าที่พ่อครัวแม่ครัว แน่นอนว่าอาหารที่เรากินนั้นได้มาตรฐานอย. แน่นอน เพราะพ่อครัวเป็นคุณเภสัชกรทีเดียว ตอนกลางคืนยังแปลงร่างมาเป็นนักร้อง นักดนตรีให้อีก โดยมีชื่อวงน่ารักๆ ว่า ยางแบนด์
เวลาไปกองทุนทีไรความรู้สึกคล้ายออกค่ายมหาวิทยาลัย ประธานค่ายของเราคือป้าน้อย(คุณพนิดา บก.ใหญ่) รองประธาน (พี่น้อง มณฑา บก.บห.)ส่วนพวกเราเป็นลูกค่ายที่แบ่งหน้าที่กันไปเป็นฝ่าย ๆ ก่อนเดินทางแต่ละครั้ง ชาวขวัญเรือนจะมาช่วยกันแพคสมุด ดินสอ สี ไม้บรรทัด ฯลฯ จัดเป็นชุด ๆ ให้เด็กๆ จัดหนังสือใส่กล่อง พวกผู้ชายรับหน้าที่แบกของหนักขึ้นรถ
เวลาไปแต่ละโรงเรียน แต่ละจังหวัด หลายครั้งต้องไปหาที่พักเอาข้างหน้า (เน้นธงฟ้าราคาประหยัด) และบางทีก็พักที่โรงเรียน อย่างล่าสุด เราพักกันที่ห้องเด็กอนุบาล พี่ๆ ขวัญเรือนเลยแอบเอาที่นอนของหนู ๆ มาปูนอน ส่วนมุ้งทางโรงพยาบาลเตรียมไว้ให้ นำทีมกางโดยป้าน้อย ผูกต่อๆ กันไป เรียงยาวเป็นแถวเต็มห้องอนุบาล ห้องน้ำมีแค่ 2 ห้อง ต้องผลัดเวรกันไป พร้อมถือไฟฉายส่องทาง บรรยากาศช่างเหมือนเวลาไปค่ายจริงๆ แถมตอนกลางคืนยังมีสันทนาการอีก นำโดยคณะเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ขอบอกว่าสันทนาการทีไร พวกเราใจเต้นตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ เพราะพวกเรานั้นถือไมค์สัมภาษณ์เป็นอย่างเดียว แต่ถือไมค์ร้องเพลงไม่ได้
มีคนชอบถามว่าทำไมกองบก.ขวัญเรือนถึงหน้าดูเด็ก
ขอตอบ… คงเป็นเพราะเจอเด็กๆ อยู่เป็นประจำ เลยได้รับพลังแห่งความสดชื่น พลังแห่งดอกไม้บานของพวกเขามาด้วย แล้วการไปกองทุนยังทำให้เรารู้สึกเหมือนยังเป็นนักศึกษา เพราะเด็กๆ เรียกเราว่าพี่ทุกคำเลยนี่






เพราะมีผู้เล่นใหม่ ๆ เข้ามาร่วมการแข่งขัน อยู่คนละตึก คนละชั้น แต่ถือเป็นครอบครัวใหญ่ครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น ที่นี่จะแข่งขันประเภทเดียวคือประเภทคู่ผสมเท่านั้น
อบอวล…อบอวลถ้วนหน้าทั่วทั้งตึกขวัญเรือน 
)