ช่วงวันหยุดยาว ๆ ที่ผ่านมา ด้วยความที่อากาศร้อนมากถึงมากที่สุด…เพราะฉะนั้นนอกจากนัดหมายทำบุญระหว่างญาติพี่น้อง(ประจำทุกปี) แล้ว ชีวิตที่เหลืออยู่ของเราก็คือ การประแป้งเย็น (พอกหนาเหมือนเทมปุระเปี๊ยบ) นอนหายใจพะงาบ ๆ อ่านหนังสือ คลอเสียงเพลงดับร้อน แล้วก็พยายามขยับเขยื้อนตัวเองให้น้อยที่สุด (ฮ่า ฮ่า เดี๋ยวเหงื่อออกค่ะ)…Bo appetite หนังสือของสาวโบ ชญาดา แฟนฟลุ้คเป็นหนึ่งในหลาย ๆ เล่มที่ถูกหยิบมาเปิดอ่าน หนังสือเขาสวย มีอาหารหน้าตาชวนน้ำลายหยด บวกประสบการณ์ท่องเที่ยว ทำให้อ่านได้เพลิน ๆ แถมยังเกิดแรงบันดาลใจย้ายตัวเองไปรื้อ ๆ ดูซีดีภาพท่องเที่ยวของตัวเองบ้าง…อุแม่เจ้า! เพิ่งรู้ตัวว่าเราเองก็หมกมุ่นเรื่องการกินใช่ย่อย ไปไหนเป็นต้องถ่ายรูปของกินตลอด ตั้งแต่ร้านหรูยันข้างทาง แฮ่ม…ของแปลก ๆ ก็กินมาเยอะพอจะคุยได้เหมือนกันน้า…กวางเรนเดียร์ของซานต้าก็กินมาแล้วคิดดู๊…แล้วด้วยความที่รื้อได้เยอะก็เลยจะเอามาอวดกันบ้าง…จะค่อย ๆ ทยอยมาให้ดูนะคะ

ที่แรกนี้ได้รับเชิญไปสัมมนาที่ออกซ์ฟอร์ดค่ะ นอกจากตึกเรียนสวย ๆ ประวัติศาสตร์อันยาวนานน่าทึ่งของเขาแล้ว ยังติดใจอาหารที่เขาเลี้ยงด้วยค่ะ เราได้ไปกินกันในห้องอาหารของตึกเก่าแก่ ที่ปัจจุบันนักศึกษาก็ยังคงใช้งานกันอยู่เป็นปกติ เลยอดไม่ได้ที่จะทำตัวกลมกลืนไปกับเหล่านักศึกษา(ซะงั้น) ด้วยความที่เราเป็นแขกเลยถูกต้อนไปห้องเล็ก ๆ ที่แยกออกมาจากห้องอาหารใหญ่ (มีบันไดเล็ก ๆ เชื่อมกัน) อาหารที่เขานำมาเสิร์ฟทำออกมาจากครัวของมหาวิทยาลัย หน้าตาดีม้าก…จนคิดว่ากำลังนั่งกินอยู่ในร้านหรู เมนคอร์สเป็นปลาที่ย่างมาซะหอมกรุ่น เหยาะเกลือ พริกไทย ใบไทม์ พร้อมเครื่องเคียงอย่างมันฝรั่งอบ แครอทนึ่ง เขาเสิร์ฟโดยวิธีวางปลา ผักมาในถาดใบใหญ่ แล้วให้พวกเราหยิบกันเอาเอง ง่าย ๆ ดีค่ะ แต่จานนี้ขอบอกว่าไม่ได้ถ่ายรูปมานะคะ มัวแต่เพลินเลือกปลา ผักจนลืม…เป็นเมนูที่ต้องบอกว่ามันอร่อยด้วยตัวของมันเองอยู่แล้ว ทั้งปลาทั้งผัก หวาน กรอบ อร่อย

ห้องอาหารค่ะ แต่ที่เรานั่งจะต้องเดินลงบันไดเล็ก ๆ ที่อยู่ด้านข้าง เป็นห้องที่เชื่อมต่อกัน

วิวที่ถ่ายจากหน้าต่างห้องอาหารค่ะ…บรรยากาศดีมาก ๆ เห็นแล้วน่าอิจฉานักศึกษาที่นี่เนาะ

จานนี้มาก่อนเมนคอร์สค่ะ เหมือนทาร์ต ซึ่งจะเป็นกระทงแป้งกรอบ ๆ ข้างในเป็นไข่ เนย ชีสผักนิดหน่อย รสชาติ หอม ๆ มัน ๆ ราสซอสเบอร์รี่เปรี้ยว ๆ โอเคค่ะ…หน้าตาเริ่ด แต่ไม่ประทับใจเท่าจานปลา

ปิดท้ายด้วยจานนี้…ถือว่าไฮโซครบสูตร

ทานข้าวกันหรือยังคะ…ถ้ายังขอให้ Bon Appetite…กินให้อร่อย ๆ ค่า…

เขียนโดย trendy gal @ 5:30 pm
Shelved under Uncategorized

เอาปกขวัญเรือนฉบับล่าสุดมาฝากค่ะ

ขวัญเรือน 851

แอบเหมือนละคร “เทพธิดาขนนก” มั้ยคะ ;) (ดูแว้บ ๆ นะ)

เขียนโดย nuda @ 11:40 am
Shelved under Uncategorized

เอารูปห้องสมุดขวัญเรือนมาให้ดู  ประชากรหนังสือในห้องนี้อยู่กันอย่างแออัดยัดเยียด  เพราะพวกเราชอบเอาหนังสือไปยัดไว้ในนั้น จนหาไม่เจอว่าเล่มไหนอยู่ตรงไหน  บรรดาสำนักพิมพ์ก็ใจดีขยันส่งหนังสือมาให้อ่านเกือบทุกวัน ประหนึ่งร้านหนังสือ  ตอนนี้ชั้นในห้องสมุดไม่เหลือที่ว่างแล้ว คนทำคอลัมน์แนะนำหนังสือ(ฉันเอง) ซึ่งเป็นด่านแรกจึงต้องรับภาระ  แบ่งพื้นที่รอบโต๊ะทำงานให้กองหนังสือ จากกองเตี้ยๆ ก็เริ่มสูงขึ้น ๆ  จนกลายเป็นกำแพง ซึ่งเพื่อนร่วมงานล้วนขยาดหวาดกลัวไม่กล้าเข้าใกล้โต๊ะฉัน  เพราะกลัวกองหนังสือถล่ม
โต๊ะของnuda

แม้มีหนังสือส่งมาให้อ่านเยอะ ขลุกอยู่กับกองหนังสือทุกวัน  ก็ยังมีหนังสือที่อยากได้ อยากอ่านอยู่ดี  สงสัยเหมือนกันว่าหนังสือที่อยากอ่าน ทำไมสำนักพิมพ์ถึงไม่ส่งมาให้  หรือว่าเขาจะมองภาพของขวัญเรือนเป็นขวัญเรื๊อน ขวัญเรือน ตอนงานสัปดาห์หนังสือที่ผ่านมาเลยเป็นโอกาสเสียเงิน และนี่คือหนังสือที่อยากอ่าน และได้ครอบครองแล้ว

-ชีวิต 150 cm 2  / ชีวิตเด็กบ้านนอกเข้ากรุง  เขียนโดยนาโอโกะ ทาคางิ  เคยอ่านชีวิตหญิงเดี่ยว 5 สมัยซ้อน แล้วชอบ เพราะฉันเป็นเครือข่ายสาว 150 เซนฯเหมือนกัน   เป็นหนังสือกึ่งการ์ตูน ลายเส้นน่ารัก  จะว่าไปชีวิตสาวญี่ปุ่นกับไทยก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่  ตอนหนึ่งในเล่มชีวิต 150 cm 2 บอกถึงปัญหาคนผมเป็ดไว้  (ฉันน่ะเป็ดประจำ) คุณนาโอโกะบอกว่าที่ผมกระดก สาเหตุไม่ได้อยู่ปลายผม แต่อยู่ที่โคนผมล้มต่างหาก  วิธีคือใช้ฟ็อกกี้ฉีดบริเวณโคนผมให้ชุ่มแล้วไดร์เป่าให้แห้ง  เออ…เนอะเป็นการแก้ที่ต้นเหตุจริง ๆ

-ตั้มกับญี่ปุ่น  /วิศุทธิ์ พรนิมิตร ทั้งเขียนทั้งวาด  เล่มนี้หมายตาตั้งแต่งานมหกรรมหนังสือตุลาคมก่อน แต่ขยัก ๆ ไม่ซื้อสักที  ครั้งนี้มาตามหาหลายบูธทั้งไต้ฝุ่น โอเพ่น หมดแล้ว  โห…ขายดีชะมัด ตอนไปญี่ปุ่นเห็นงานของตั้มพิมพ์ขายที่นั่นด้วย มีหลายเล่มทีเดียว เห็นแล้วอยากอ่านญี่ปุ่นออกโดยพลัน เพราะหนังสือน่ารักมาก   เมื่อไม่มี ยิ่งอยากได้ เพื่อนในกองบอกเคยเจอที่ร้านหนังสือแถวบ้านตจว. ประสาคนชอบตั้ม และชอบญี่ปุ่นต้องตามหา  และก็ได้มา เหลือ 3 เล่มเองทั้งร้าน

-ถอดรหัสอัจฉริยะ ดาวินชี /สำนักพิมพ์สารคดี  อยากรู้จักดาวินชีให้มากขึ้น  เคยพยายามเขียนหนังสือกลับหลังอย่างเขาแล้ว  แต่ทำได้ไม่ถึง 2 ประโยคก็จอด  แววอัจฉริยะคงห่างไกลเรา

-ศาสตร์แห่งความหดหู่และสิ้นหวัง / สนุกกับของไม่ฟรี  วราภรณ์ สามโกเศศ เขียน  มติชนพิมพ์  พักนี้อยากฉลาดขึ้นมา  เปิดอ่านแต่ละตอนของคุณวราภรณ์  รู้สึกสมองได้พัฒนา ชอบคำคมบนหัวเรื่องของเขาแต่ละตอนด้วย เป็นหนังสือที่ตอนนี้พกติดตัว ว่างก็หยิบมาอ่าน เพราะจบเป็นตอน ๆไป

-บล็อก บล็อก ของ ปิ่น ปรเมศร์  อยากรู้ว่านักวิชาการหนุ่มคิดอะไร  ยังไม่ได้อ่านมากนัก แต่อ่านแล้วอยากไปตามอ่านบล็อกของเขาต่อ

ถ้าจะอ่านคนจากหนังสือที่เขาอ่าน  สงสัยอ่านฉันไม่ออกแน่  เพราะตัวเองยังมึนๆ เเลย

เขียนโดย Piya @ 10:54 am
Shelved under Uncategorized

ไม่รู้เป็นอะไรช่วงนี้มีคนชวนคุย Topic เรื่องของความรักบ่อยจัง…วันก่อนนั่งรถไปทำงานที่แกรมมี่ คุณพี่ช่างภาพหนุ่ม(ลูก 3) อยู่ดี ๆ ก็เปิดตำราอาพร(ชื่อแก)สอนน้องซะงั้น…ร่ายยาวใหญ่ว่าชีวิตของคนที่จะแต่งงานอยู่ด้วยกันเป็นเรื่องเป็นราวนั้นต้องประกอบไปด้วยอะไรบ้าง แกว่ารสนิยม เศรษฐกิจ อาชีพการงานที่มั่นคง คือ 3 อย่างที่ต้องมี ไม่งั้นคงต้องยกเรื่องใดเรื่องหนึ่งมาทะเลาะกันแน่นอน….นอกจากคุณช่างภาพของเราแล้ว สาวขวัญเรือนที่อินเลิฟอยู่ตอนนี้ก็ทำเอาอากาศภายในออฟฟิศกรุ่นไปด้วยสีชมพู (อันนี้บวกอาการตาร้อนของคนรอบ ๆ ไปด้วย) แล้วยังมีคนโน้นคนนี้ยกปัญหาเรื่องรักๆ มาถกกันอีก…เลยพาลรู้สึกว่าเจ้าความรักนี่มันลอยอยู่ในอากาศรอบ ๆ ตัวเรานี่เองล่ะนะ…คุณเคยรู้สึกอย่างนั้นบ้างหรือเปล่าเอ่ย?

รูปนี้ถ่ายที่ปราสาทแห่งหนึ่งในเยอรมันค่ะ เขาคงจะมาถ่ายรูปงานแต่งงานกัน นึกถึงรูปนี้ขึ้นมาเพราะรู้สึกเข้ากับบรรยากาศดี ตอนนั้นจำได้ว่าแอบเดินตามเพื่อจะถ่ายคู่นี้อยู่นานทีเดียว (กลัวเขารู้ตัวด้วยล่ะ) และก็จำได้อีกว่าอากาศในตอนนั้นเย็น แต่โรแมนติกจับใจเชียวล่ะ

รูปนี้ถ่ายที่เดียวกัน ช่วงเวลาเดียวกัน (คู่หวานแหววอยู่เยื้อง ๆ คุณป้าเองค่ะ)เห็นคุณป้าแล้วไม่รู้ว่าแกกำลังคิดอะไร นั่งรอใคร หรือว่าคิดถึงใครอยู่ แต่เรารู้สึกว่าอารมณ์มันคอนทราสต์กันดีจัง…ว่าไหมคะ ส่วนเราก็นั่งเก้าอี้ตัวถัดจากคุณป้านั่นแหละ…คนเดียวด้วย เซ็งจัง…เฮ้อ

เขียนโดย trendy gal @ 11:27 am
Shelved under Uncategorized

     เคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับที่ทำงานของ Google มั้ยคะ (เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้รับฟอร์เวิร์ดอี-เมล์เกี่ยวกับเรื่องนี้กันมาบ้างแล้วละ)
     สำนักงานใหญ่ของ Google อยู่ในสหรัฐอเมริกา เป็นออฟฟิศที่ทั้งแปลก และน่าอิจฉา ยกตัวอย่างเช่น มีสระว่ายน้ำสำหรับพนักงาน มีบริการล้างรถสำหรับพนักงาน บริการอาหารฟรี 3 มื้อสำหรับพนักงาน มีช่างทำผมสำหรับพนักงาน และอื่นๆ อีกมากมายสำหรับพนักงานโดยเฉพาะ

     แรก ๆ ที่ได้ยินเรื่องนี้ก็รู้สึกว่า “นี่มันที่ทำงานอะไรกันเนี่ย” แต่หลังจากลองใช้วิธีคิดแบบ Positive Thinking (แบบแอบเข้าข้างตัวเองนิดหน่อย) ก็พบว่าหลาย ๆ อย่างที่ Google มี ขวัญเรือนเราก็มีเหมือนกัน…และนี่คือสิ่งที่พอจะนึกออกค่ะ

      :idea: Google มีโต๊ะปิงปองสำหรับพนักงาน ขวัญเรือนก็มีเหมือนกัน
      :idea: Google มีสนามวอลเล่ย์บอล ส่วนขวัญเรือนมีสนามแบดมินตันเล็ก ๆ (แต่ถ้าจะเล่นปิงปอง สนามแบดฯ ก็จะหายไปค่ะ :shock: )
      :idea: Google มีการแข่งขันฮ็อกกี้ทุกสัปดาห์ ขวัญเรือนมีการแข่งแบดมินตันประจำปี แถมเชิญพี่ ๆ น้อง ๆ จากหนังสือเล่มอื่นในเครืออย่าง แฟชั่นรีวิว และ i-spy มาร่วมแข่งขันด้วยละ
      :idea: Google มีอาหารบริการตลอดวัน ขวัญเรือนก็มีอาหารรับประทานไม่ขาดปากเหมือนกันค่ะ บางทีก็มาจากแขกที่แวะมาเยี่ยม หรือคนที่คิดถึงเราส่งมาให้…ส่วนส้มตำมื้อบ่าย หรือข้าวต้มรอบเย็น จัดเป็นเรื่องปกติของที่นี่ค่ะ (กองทัพต้องเดินด้วยท้อง)
      :idea: คนทำงานของ Google พาหมาไปทำงานด้วยได้ คนทำงานที่ขวัญเรือนก็พาหมามาทำงานด้วยเหมือนกันนะคะ 8)


     เรื่องสไตล์การทำงานของ Google มีให้อ่านในคอลัมน์ UPDATE ฉบับที่ 851 ค่ะ หรือคลิกไปอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ ที่ http://www.google.com/corporate/culture.html …ถ้าอ่านแล้วรู้สึกมีอาการตาร้อน ก็ลองเอาวิธีการคิดแบบ Positive thinking ไปใช้ดูนะคะ

เขียนโดย nuda @ 5:44 pm
Shelved under Uncategorized

ป้าน้อยอวยพรให้ลูกน้อง  รับพรกันถ้วนหน้า

ป้าน้อย กับ พี่น้อง บ.ก.บ.ห.

ยืนยันได้ว่านี่สงกรานต์



เป็นธรรมเนียมของชาวขวัญเรือนที่ก่อนวันหยุดสงกรานต์ เราพนักงานจะต่อแถวกันมาสรงน้ำพระ ตามมาด้วยรดน้ำผู้ใหญ่ และผู้ใหญ่ที่ทุกคนเคารพรักก็คือ ป้าน้อย  คุณพนิดา บ.ก.ใหญ่ ของเรานั่นเอง

เขียนโดย Piya @ 1:07 pm
Shelved under Uncategorized

สวัสดีจ้า…จริง ๆ กลับจากภูเก็ตมีเรื่องเล่าเยอะเลย(แบบนอกรอบน่ะค่ะ) แต่เมื่อเงยหน้าเห็นคุณพี่บก.และวันเดทไลน์(ชอบคำนี้จัง…เพราะเวลาปิดเล่มนี่มันวันเส้นตายชัด ๆ )แล้วต้องหักห้ามใจ…ครั้นจะมาเล่าเอาตอนนี้รู้สึกจะล่าไปเยอะ เอาเป็นว่าสอบถามทุกคนที่ไปถึง Favorite things เท่าที่นึกออกแล้วบอกเหมือนกันทีเดียวว่า “คนภูเก็ตว่ะ” ซึ่งเราเห็นด้วยสุด ๆ ใครบอกว่าเมืองท่องเที่ยวจะเขี้ยวกับนักท่องเที่ยว ที่นี่เราเจอแต่คนดี ๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ อย่างเจ้าของร้านโกปี้ นั้นก็น่ารักมาก ฝ่ายหญิงเธอเป็นศิษย์CU แบนด์ด้วยนะคะ แถมออกอัลบั้มแจ๊สกับเขาด้วย เพราะฉะนั้นวันที่พวกเราไปถ่ายงานกันที่นั่น เสียงเพลงแจ๊สของเธอจึงคลออยู่ตลอดเวลา…ขอบอกว่าเข้ากับบรรยากาศทะเลม้ากมาก หรือเหล่าพลพรรคเวสป้า…นัดกันตั้ง 3 ทุ่มกว่า ๆ แล้วก็เพิ่งนัดกันผ่านโทรศัพท์สด ๆ ร้อน ๆ หน้าตาก็ยังไม่เคยเจอกันด้วยซ้ำ แต่พวกเขาก็ยังอุตสาห์มีแก่ใจรวมพลรถให้ได้ตั้ง 20 คัน นั่งรอกันเต็มถนนเลย และยังใจดีบอกกับพวกเราว่าให้ทำอะไรได้ทั้งนั้นนะ…ให้ขี่รถรอบถนน ให้โพสท์ท่า เขาทำให้หมดจริง ๆ เมื่อถึงเวลาล่ำลากัน พวกเราทีมงานยกมือไหว้กราด และกล่าวคำขอบคุณ ทุกคนยิ้มแย้ม มีเสียงตอบกลับมาดัง ๆ ว่าโชคดีครับ/ค่ะ…เที่ยวให้สนุกนะ…ไว้เจอกันใหม่…น่ารักไหมล่ะ?

Beauty Tip…ส่วนตั๋วส่วนตัว

ทริปนี้สิ่งที่พวกเราขาดไม่ได้เลยก็คือ ครีมกันแดด เชื่อไหมว่าขนาดช่างภาพหนุ่มใหญ่ของเราก็ยังไม่เว้น (มีเยอะกว่าทุกคนด้วยนะ…ขอเม้าท์) นึกได้เป็นทา ๆ โดยเฉพาะของเพื่อนตอนเผลอ…อิ อิ แต่ถึงอย่างนั้นกลับมาหน้าก็ยังคล้ำ ผิวก็ยังหมองมืดอยู่ดี…เคยเป็นไหมคะ แต่ไหน ๆ ก็ดูแลคอลัมน์สุขภาพกับเขาด้วย เพราะฉะนั้นจึงลองเอาข้อมูลที่ได้รู้มาลองทำดู…ได้ผลด้วยนะขอบอก

*แก้ตัวดำ หน้ามืด…กลับมาบ้านจัดการหาสครับผิวและหน้าแบบอ่อนโยนหน่อยนะคะ ขัดถูให้ทั่ว เสร็จแล้วก็อาบน้ำตามปกติ อาบเสร็จแล้วลองเบบี้ออยส์ตามลงไป (อย่าเพิ่งเช็ดตัวนะคะ) เช็ดตัว จากนั้นอยากจะทาครีมบำรุง หรือครีมกันแดดก็ตามสะดวกคะ…การสครับผิวนั้นช่วยเร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิวที่มีตามธรรมชาติให้เร็วขึ้นค่ะ ทำสัก 2-3 ครั้งต่ออาทิตย์…เห็นผลค่ะ เห็นผล อาทิตย์เดียวตัวหายคล้ำ หน้าผ่องขึ้น ถ้าไม่ทำนะรับรองหน้ามืดอยู่เป็นเดือน

****มีสูตรหน้าขาวส่วนตัวบอกต่ออีกค่ะ**** วิธีนี้คิดค้นเอง นำมาใช้หลังกลับจากทริปภูเก็ตนี่เวิร์คสุด ๆ

ส่วนผสม…แตงกวา 1 ลูก+ว่านหางจรเข้ 1 หางเหมาะ ๆ + น้ำผึ้ง 1-2 ช้อนชา

วิธีทำ…ปอกเปลือกว่านหางจรเข้ให้หมดจนเหลือแต่วุ้นใส ๆ ต้องล้างยางเหลือง ๆ ออกให้หมดนะคะ ไม่งั้นอาจคัน หรือแพ้ได้ จากนั้นก็ล้างแตงกวา แต่ไม่ต้องปลอกเปลือก นำสองอย่างนี้ลงในเครื่องปั่น (แบบที่เขาใช้ปั่นพริกแกงยังงั้นล่ะค่ะ) ตัวเองชอบปั่นจนเป็นน้ำเลยค่ะ เพราะทาง่าย และไม่ร่วงหลุดให้หงุดหงิด เติมน้ำผึ้งลงไป คน ๆ ให้เข้ากัน นำมาทาที่หน้า (ถ้าอยากให้ชื่นใจ สะใจกับความเย็นแนะว่าเอาไปแช่ตู้เย็นสักแป๊บก่อนทา) แตงกวาช่วยให้หน้าขาวผ่อง กระชับรูขุมขน ว่านหางจรเข้ช่วยรักษาผิวที่โดนแดดได้ดี น้ำผึ้งช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ทำให้ไม่เป็นสิว…ลองดูค่ะ…ไม่หวง ๆ

Next »